วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

จบลงที่เตียง

ลังเลเหมือนกันว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือเปล่า แต่เรื่องนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้พี่ฉุกคิดเรื่องของวิธีการทำงานและนำไปสู่การเริ่มพูดคุยเรื่องวัฒนธรรมองค์กรกับพวกเราอย่างจริงจัง และชื่อของหัวข้อนี้ก็มาจากคำพูดของเพื่อนในห้องหลังจากที่พี่ได้เล่าเรื่องนี้

ช่วงวันแรกๆที่รับพนักงานใหม่เข้าทำงาน ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างทีมงานด้วยการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาความรู้ของพวกเราขึ้นสู่ระดับมาตรฐานที่วางไว้ทำให้พี่กดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว อย่างที่เรารู้ๆกันว่าพลังของความคิดนั้นมีความสำคัญ พี่รู้สึกได้เลยว่าตัวเองอาจจะแผ่รัศมีแห่งความตึงเครียดโดยไม่ตั้งใจ ประกอบกับมีพนักงานออกไป 1 คน ทั้งๆที่ยังไม่เริ่มฝึกอบรมจริงๆจังๆด้วยซ้ำไป เนื่องจากขณะปฐมนิเทศพนักงานคนนั้นกลัวว่าความสามารถจะไม่ถึงที่จะผ่านการฝึกอบรมในอนาคต ในช่วงนั้นพวกเราก็มีแต่ความกังวลว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในช่วงทดลองงาน ต่างฝ่ายต่างก็แลกเปลี่ยนพลังงานเชิงลบซึ่งกันและกัน ส่วนตัวก็รู้สึกเครียดเหมือนกัน ทำให้คิดว่าพวกเราตั้งใจเกินไปหรือเปล่า ถ้าทำแล้วต่างคนก็ต่างเครียดและไม่มีความสุข จะทำไปเพื่ออะไร

ในช่วงนั้นก็มีเหตุให้พี่ต้องไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลซึ่งป่วยอยู่ในห้องไอซียู ระหว่างนอนรอห้องพิเศษอยู่ที่ห้องป่วยรวม เตียงตรงข้ามก็มีผู้ป่วยหญิงที่อายุไม่น่าจะมากนักแต่ก็มีอาการทางจิต ร้องโหยหวนตลอดเวลา น่าจะผิดหวังจากความรัก เยื้องไปก็เป็นผู้ป่วยที่ต้องเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ ช่วงนั้นเหมือนเวลาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้คิดว่าสุดท้ายทุกคนก็ต้องจบลงที่เตียง(ถ้าได้เตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ก็ดีนะ)ตอนนั้นยังคิดว่าบั้นปลายของทุกคนสุดท้ายขอแค่ให้ไม่ทรมาน ขณะนั้นพยาบาลแจ้งว่าห้องเดี่ยวพิเศษได้แล้วระหว่างที่เตรียมจะย้ายผู้ป่วยไปที่ห้องใหม่ พี่ก็เลยต้องไปดูห้องซะหน่อย ขณะขึ้นลิฟต์ก็เห็นเด็กมากับแม่ ด้วยความที่แม่เป็นห่วงลูกก็คอยเตือนไม่ให้ลูกกดลิฟต์พร้อมคำอธิบายว่าโรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะ หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาในลิฟต์เป็นจำนวนมากลิฟต์ก็เกิดปิดก่อนที่คนจะเข้ามาหมด แน่นอนเด็กคนนั้นก็ไม่กดลิฟต์ตามคำสอนของแม่ ปรากฏว่าแม่รีบตะโกนบอกลูกให้กดเปิด แถมยังต่อว่าลูกว่าอยู่ใกล้ลิฟต์ทำไมไม่มีน้ำใจ เด็กก็มองอย่างไม่เข้าใจคงสับสนว่าไอ้เชื้อโรคกับการไม่มีน้ำใจอันไหนมันมีความสำคัญมากกว่ากัน ตอนนั้นในใจคิดว่าเป็นเรื่องยากนะที่คนเราจะทำอะไรซักอย่างหนึ่ง แล้วจะทำให้คนอื่นถูกใจ ถ้ายังงัยก็โดนอยู่แล้ว เราก็คงต้องเลือกว่าเราจะหยุดหรือจะเดินต่อไป

ในเมื่อชีวิตทุกคน (ถ้าโชคดีนะ) ล้วนต้องจบลงที่เตียง ไม่ว่าจะเป็นทุกวันที่บ้านหรือบั้นปลายที่โรงพยาบาล เราควรจะทำสิ่งจะนำเราไปสู่ความฝันของตนเองอย่างมีความสุข ถ้าคนที่ยังไม่มีความฝันก็คงจะทำสิ่งต่างๆในปัจจุบันอย่างมีความสุข รวมถึงทำให้คนที่อยู่รอบๆตัวเรารับรู้ถึงความสุขนั้นๆ ซึ่งก็เป็นคำๆหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรของพวกเราซึ่งก็คือ บรรยากาศการทำงานแบบครอบครัว (H : Home) และถ้าคนเรา "ทำอย่างไรก็โดน" ไม่ว่าจะหยุด จะถอย หรือ เดินต่อไปก็โดน เราก็ไม่ควรยอมให้คำพูดของคนอื่นมาโปรแกรมความคิดของเรา เรามาเดินต่อด้วยการสร้างความสุขให้กับตัวเองและแบ่งปันให้คนรอบๆข้างดีกว่า การทำให้วัฒนธรรมองค์กรให้เกิดขึ้นจริงจะเป็นแนวทางที่ทำให้เราเดินต่อไปด้วยกันพร้อมกับความสุขอย่างแท้จริง

29 ความคิดเห็น:

  1. ขอเพียงแค่ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึงที่จุดหมาย โปรดจงมั่นใจ ที่ทำลงไปนะถูกแล้ว อย่าฟังคำคน อย่าสนใจใคร อย่าเปลี่ยนแนว คนแน่แน่วเท่านั้น ผู้ชนะ

    ตอบลบ
  2. ต่างคนค่างแนวความคิด ต่างความคิดเห็น แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงเราก็ต้องก้าวเดินต่อไปแค่คิดซะว่าเหนื่อยนักก็พักซะหน่อยตู้ contrainer แห่งนี้ยังเป็นที่ที่เราทุกคนสามารถเข้ามาหัวเราะ ร้องไห้ ได้ตลอดเวลา

    ตอบลบ
  3. ตอนนี้ผมเข้าใจว่า พี่ๆต่างเครียด และต่างกังวลว่า น้องๆ จะไหวรึเปล่า จะท้อกันไหมน้า และก็จะมาไถ่ถามพวกผมตลอดช่วงการสอน ว่า เฮ้ย ... ไหวป่าว พี่สอนเป็นไงบ้าง พี่อัดแน่นไปรึเปล่า นี้เป็นคำถามที่ ได้ยินตลอด มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่า พวกพี่ให้ความสำคัญ และคาดหวังกับตรงนี้มาก อยากให้พวกผมได้ความรู้ที่ต้องนำไปใช้ในการทำงานให้มากที่สุด เพื่อที่จะสามารถไปทำงานกับคนอื่นได้อย่างลงตัว แต่ก็หวังอยู่ในใจว่ามันต้องใช้เวลา สำหรับผม ผมเห็นว่า เมื่อพวกพี่ให้มาขนาดนี้แล้วเนี่ย มันก็กลายเป็นสิ่งพลักดันและกดดันให้ผม ต้องทำเต็มที่กับมัน พยามยามรับความรู้ และทำความเข้าใจ แต่เนื่องจากประสบการณ์อันน้อยนิด มันเลยอาจจะเป็นอุปสรรคบ้าง บางเรื่อง แต่ ผมก็หวังว่า เวลาจะเป็นสิ่งพิสูจน์ เหมือนกัน ขอให้พวกพี่ให้โอกาส และขอเวลาอีกหน่อย ผมจะพยายามทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้ และสุดท้ายนี้ ผมก็เสียใจกับการที่ มี the star คนหนึ่งได้ออกจากบ้านไป ด้วยความไม่พร้อม หรือเหตุผลบางประการ คงได้แต่หวังว่า จะเป็นคนสุดท้ายที่ได้ออกจากบ้านไป อยากให้คนที่อยู่ บ้านเรา อยู่เพื่อสานฝันของพวกเราต่อไป อย่าได้หันกลับไปเดินเพียงลำพัง เดินทางในเส้นทางที่พวกเราหวังว่ามันจะเป็น เส้นสุดท้าย และเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา เป็นกำลังใจกันต่อไป สู้ๆครับ พร่ำเยอะล่ะ เดี้ยวมาพร่ำใหม่ค๊าบ !!

    ตอบลบ
  4. ตา ต่า ต้า ต๊า ต๋า29 สิงหาคม 2553 20:00

    ตอนผมเด็ก ๆ ผมเคยฝันว่าอยากเข้าทำงานในบริษัทดี ๆ มั่นคง หยุดเสาร์อาทิตย์ เพื่ออะไรน่ะหรอ เพื่อว่าจะได้เล่นดนตรีผับคืนวันศุกร์กะเสาร์ 555+ และตอนนี้ฝันผมเป็นจริงแล้วเรื่องหนึ่งคือได้งานที่ดี ซึ่งมันก็คือจุดเริ่มต้น ที่จะทำความฝันของผมให้เป็นจริง....และถึงแม้สุดท้ายแม้การเดินในเส้นทางสายชีวิตของผมจะจบลงที่เตียงหรือที่ไหนก็ยังไม่อาจรู้ได้ แต่ผมว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่เป็นความน่ากังวลเลยซักนิด เพราะผมคิดว่าเรื่องราว"ระหว่างทาง"นั้น สำคัญกว่า และผมจะสร้างเรื่องราวระหว่างทางนั้นให้มีแต่ความสุขคับ ^^

    ตอบลบ
  5. ตลอด2เดือนที่ผ่านมาก็มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไปแต่พวกเราก็จะสู้กันต่อไปและรู้สึกเสียใจกลับเหตุการณ์ที่เพื่อนของเราได้ออกจากบ้านไปก็ขอให้เขาโชคดี..ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ๆทุกคนครับให้สู้ต่อไปนะครับ...

    ตอบลบ
  6. ถึงแม้ว่าเพื่อนของเรามีเหตุจำเป็นที่ต้องออกจากบ้านไปก่อนเวลาอันควร แต่ก็อย่างที่พวกเราว่าไว้ ว่าเรื่องราวดีๆระหว่างที่เราร่วมเดินทางมาด้วยก็ยังคงอยู่ในใจพวกเราตลอดไป เรามาเดินกันต่อพร้อมกับสร้างวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อสร้างสรรเรื่องราวดีๆในอนาคตกันดีกว่า

    ตอบลบ
  7. ยาไม้ดัด30 สิงหาคม 2553 19:56

    ในระหว่างทางที่เดินอยู่นี่พบอุปสรรคและปัญหามากมาย หลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน จริยธรรมองค์กร และเรื่องการอยู่ร่วมกัน ในการที่คนหลายๆคนมาอยู่ร่วมกันนี้ย่อมเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง หนักบ้าง เบาบ้าง มีการไม่พอใจกันเกิดขึ้นบ้าง ทั้งที่ตัวเราเองเป็นสาเหตุ และเพื่อนเป็นสาเหตุ แต่ขอให้พวกเราอย่าแตกแยกกัน คนที่ถูกก็ขอให้อย่าถือวิสาสะ ขอให้อภัยแก่เพื่อน ส่วนคนที่ทำไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ปรับปรุงแก้ไข ขอโทษกันได้ จะไม่ถือโทษโกรธกัน คนที่ไม่ชอบใจกันตอนนี้อาจจะเป็นเพื่อนรักกันในอนาคต ไม่แน่วันข้างหน้าเพื่อนคนนี้อาจจะเป็นคนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ไม่แน่เพื่อนคนนี้อาจจะเป็นคนที่เรารักมากคนหนึ่งในอนาคต เพราะคนทุกคนไม่มีใครดีได้100เปอร์เซ็นต์

    ตอบลบ
  8. ผมเคยได้ยินคำๆหนึงไม่รู้ว่าดีหรือเปล่าเขาพูดไว้ว่า "การที่เราต้องการมองดูสายรุ้ง จะก็จำเป็นต้องทนกับสายฝน" สรุปง่ายๆก็คือ ถ้าเราต้องการประสบผลสำเร็จเราต้องทนเหนื่อยหน่อย คิดสักว่าเหนือยแล้วได้กล้าม เกี่ยวไม่นัก อิอิ สุดท้ายขอบคุณพี่ๆทุกคนด้วยนะคับ

    ตอบลบ
  9. ขอให้ทุกคนจงเชื่อมั่นและศรัทราในความคิดของตนเองผมเชื่อและมั่นใจว่าทุกอย่างมันจะผ่านพ้นไปด้วยดีครับ

    ตอบลบ
  10. • Rey jr. Feeling~Down •1 กันยายน 2553 08:24

    คนเราเกิดมาย่อมมีอุปสรรค.....

    ...จะต่างกันที่ว่า จะมาก หรือน้อย ปะปนกันไป

    แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นคือ.....

    ขวัญ และ กำลัง ใจ ......

    ตอบลบ
  11. แนวร่วมอิสานสัมพันธ์1 กันยายน 2553 08:58

    พี่น้องคับวันนี้จงทำอะไรให้เต็มที่ก่อนวันนี้จะผ่านเลยไปแล้วจะเสียดายในวันข้างหน้าเมื่อคิดถึงวันเก่า....อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเท่าไหร่ครับแต่จะพยายามครับบรอติดเน็ตก่อนนะครับแล้วจะเข้ามาเรื่อย...ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  12. หวัดดีครับ เมื่อวานดูอาการหลายคนแล้วรู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดี ( ไม่ได้หมายถึงว่าไม่สบาย )แต่หมายถึงอาการกลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้ อย่าไปกลัวครับกับสิ่งที่มันยังไม่เกิด ดูครั้งแรกสิ ทุกคนก็สามารถผ่านมาได้ ผมว่ามันไม่ยากหรอกครับ แต่ขอให้พยายามขึ้นอีกหน่อย บางคนยังดูเอื่อยๆ เหมือนมานั่งเล่นไปวันๆ มันเป็นอนาคตของเรา เป็นอาชีพ พยายามอีกหน่อยเราไม่ได้ทิ้งกันอยู่แล้ว จะกอดคอกันไปอีกหน่อยเราอาจจะไม่มีโอกาศได้คลุกคลีกันแบบนี้อีก เพราะต่างแยกย้ายกันเข้ากะ แต่ช่วงที่เราอยู่ด้วยกันขอให้ช่วยกันก่อนนะ

    .....เราปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร ก็พึงให้เค้าปฏิบัติอย่างงั้นกับเรา...

    ตอบลบ
  13. ขอขอบคุณสิ่งๆที่ทำให้เรามาอยู่โรงงานเดียวกันได้มารู้จักกัน ไม่ว่าต่อไป เราจะต้องแยกทางกันไปขอให้คิดไว้เสมอว่าเราก็เป็นพนักงานเหมือนกันทุกคนไม่ต้องเคลียดหลอก ขอให้คิดไว้เสมอว่า เราคือคนที่มีความสามารถ ไม่ว่าเราจะไปทำงานที่ไหนก็แล้วแต่....ขอให้ทำไปเถอะ

    ตอบลบ
  14. faiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiiodsjgvoi[2 กันยายน 2553 12:07

    ผมคิดว่าอันดับแรกทุกคนมีความสุขที่ได้ทำงานในsolvayและก็พยายามกันอยู่ ที่จะทำให้สำเร็จ เช่นเดียวกับผม แล้วก็ใกล้จะได้ความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าเพียงพยายามอย่างเต็มที่อีกนิดอีกอึดใจ.......เดียวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจุ๊บๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  15. ไม่มีอะไรอยากเกินถ้าเราตั้งใจให้เติมที่

    ตอบลบ
  16. faiiiiiiiiiiiiiiii;lhgkn4 กันยายน 2553 12:20

    ความตั้งใจ+ความพยายาม=ความสำเร็จ*ความสุขสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  17. ถึงโก้ หากได้เปิดบ็อคนี้ดูก็จงรู้ไว้พวกเรารักนายเสมอแม้ไม่ได้ได้รวมงานกันแต่เราเป็นเพือนกันเสมอ ton

    ตอบลบ
  18. สัจธรรมของชีวิตทุกคนหนี้ความตายไปไม่พ้น
    แต่ก่อนตายเราำได้ทำหน้าที่ที่เราได้รับมาอย่างเต็มที่หรือยัง
    ..................................................?

    ตอบลบ
  19. ผมว่าทุกคนต้องเจออุปสรรค์ที่ผ่านมาทั้งนั้น
    อยู่ที่เราว่า... จะแก้ไขปัญหาด้วยตัวเราเองได้หรือเปล่า
    ที่ถามว่าเราจะต้องก้าวต่อไปไหม แน่แนนครับ คำตอบคือ..ใช่
    จะพยายามให้เต็มที่กว่านี้ครับ .....ขอบคุณที่ให้โอกาสดีๆครับ

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน 2553 06:13

    ปัญหาของพวกเราน่าจะมาจากการที่เรายังไม่คุ้นกับการทำงานเชิงวัฒนธรรมองค์กร ถึงแม้ว่าเราจะเชื่อว่าสิ่งนี้เป้นสิ่งที่จะสร้างความสุขระหว่างทางให้กับพวกเราและเป็นสิ่งที่พวกเราต้องการอย่างแท้จริงก็ตาม เราควรจะเปิดใจมากกว่านี้ ไม่ควรยึดติดกับประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสที่ดีๆให้กับตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ถ้าเราไม่ให้โอกาสตัวเองที่จะเดินอย่างมีความสุข แล้วใครจะมาให้โอกาสเรา ชีวิตเรานั้นสั้นแต่เราทำให้มีแต่ความทรงจำที่ดีๆได้นะ

    ตอบลบ
  21. ไม่ระบุชื่อ12 กันยายน 2553 09:33

    ตั้งใจกับการสอบครั้งนี้มาก รู้สึกกังวลกับผลการสอบแต่พออ่านบทความนี้แล้วทำให้ต้องปรับปรุงแนวคิดตัวเองที่มีต่อการสอบ ลองเตรียมตัวสอบแบบมีความสุข ทำให้หัวสมองเปิดรับข้อมูลมากขึ้น ยังงัยก็ต้องทดสอบความรู้ของตัวเองอยู่แล้ว มีความสุขกับการทดสอบการดีกว่า

    ตอบลบ
  22. ผมจะตั้งใจในการทำงานรวมกันในองค์กรแบบพี่ๆน้องๆเราจะพากันไปสู่จุดสูงสุดในการทำงานรวมกันเพื่อจะให้ทำงานอย่างมีความสุขและเราจะสร้างความทรงดีๆในการทำงานด้วยกัน

    ตอบลบ
  23. "คิดดี ทำดี พูดดี ถ้ายังขี้โลภ ก็ยังทำยาก ถ้ายังขี้โกรธ ก็ยิ่งยากขึ้นไปกว่านั้น ไม่โลภมาก จิตใจก็จะไม่เร่าร้อน ไม่ขี้อิจฉาริษยา โอกาสพบความร่มเย็นเป็นสุขจะใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ไม่ขี้โกรธ ไม่ขุ่นเคืองคนง่าย ก็จะยิ่งใกล้ความร่มเย็นเข้าไปทุกขณะ ฝึกกันเสียแต่วันนี้ คิดดี ทำดี พูดดี บารมีแห่งกุศลกรรมจะได้ห่อหุ้มรอบตัวเรา จะเป็นคนโชคดีเสมอ คนที่คิดแต่เรื่องไม่ดี ทำแต่เรื่องไม่ดี พูดแต่เรื่องไม่ดี นับวันชีวิตจะหมดราศี ร่างกายจะอ่อนแอ ภูมิต้านทานโรคในร่างกายจะเจือจาง"
    "คิดดี(มโนกรรม) อะไรที่ทำให้เศร้าหมอง หยุดเสีย อย่ามองคนอย่างหวาดระแวง อย่ามองคนอื่นว่าจะเป็นศัตรูตลอดเวลา โลกนี้ไม่มีศัตรูถาวร แต่มิตรแท้เป็นสิ่งที่มีจริง เมื่อศัตรูได้รับน้ำใจสักวันจะกลับกลายเป็นมิตรแท้ สำคัญอยู่ที่ว่า เราสามารถอดทนที่จะยื่นไมตรีได้ยาวนานสักแค่ไหน จิตใจที่อ่อนแอ ย่อมมองผู้อื่นอย่างคับแคบ มองผู้คนอย่างระแวงแคลงใจ คิดอยู่แต่ว่าคนอื่นเป็นศัตรูกับตัวเรา คิดดี คิดแล้วสบายใจ จงชื่นชมในความสุขของคนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แม้เขาคนนั้นจะเกลียดเราก็ตาม สัพเพสัตตา...แผ่จิตใจปรารถนาดีออกไปถึงทุกคน ทุกวัน ทุกเวลา มีเมตตา มีความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข มีกรุณา มีความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ใครมากระตุ้นให้เคือง ขอบคุณเขา เพราะสิ่งเหล่านั้นจะเป็นตัวฝึกฝนให้ชีวิตเราไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น เป็นทานบารมีที่สูงกว่าวัตถุทานมากมาย นั่นคือ อภัยทาน"
    "ทำดี(กายกรรม) ทำดีให้ตัวเอง ไม่ทรมานตนให้ตกต่ำ ไม่ทำร้ายทำลายชีวิตผู้อื่น ไม่ปรารถนาหยิบฉวยของที่ผู้อื่นไม่เต็มใจ ไม่แย่ง อยากได้ของรักของผู้อื่น ไม่กระทำการให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ไม่นำอบายมุขสิ่งเสพติดมายั่วย้อมมอมเมาตัวเอง กายกรรมเพียงแค่ศีล 5 ก็จะเกิดอานิสงส์เหลือพรรณนา มีกายอยู่ในรอบรั้งแห่งศีล เพิ่มเติมด้วยทานบารมี หัดแจก หัดให้ หัดบริการ มีน้ำใจเสียบ้าง แล้วทำให้มากๆ"
    "พูดดี(วจีกรรม) ตั้งสติให้ดี เรื่องปากสำคัญเหลือหลาย ขาดสติจะกลายเป็นปากปีจอไปเสียทุกที ระวังคำพูด อย่าให้มุสา ระวังวาจา อย่าให้หยาบคาย ระวังปาก อย่าให้ส่อเสียด ชอบนินทา ยุให้มีเรื่องมีราวกัน ระวังถ้อยคำ อย่าให้เพ้อเจ้อ อยากอยู่อย่างร่มเย็น ก็ไม่ควรใส่ไฟให้คนอื่นเขามีเรื่อง ปากมีไว้กิน มีไว้พูดเรื่องดีๆ ปากบางคนพูดไม่หยุด พูดแต่เรื่องชั่วๆของคนอื่น เอาจุดบกพร่องของคนอื่นมาขยาย พูดแล้วได้อะไร ได้ประโยชน์แค่ไหน ไม่เคยนึกถึง ขาดสติของชีวิตตลอดวันตลอดคืน คิดแล้วน่าตกใจ เพราะตลอดชีวิตของคนบางคน ไม่เคยคิดดี ทำดี พูดดีกับเขาเลย เมื่อไม่สร้างสิ่งดีๆออกไป จะได้สิ่งดีๆมาจากไหนกันเล่า การฝึกสร้างฐานชีวิต แม้ตลอดชีวิตจะไม่สำเร็จ 100% ก็ต้องทำ ต้องฝึก เพราะอานิสงส์ที่ได้ เจ้าของชีวิตเป็นคนได้เอง ทำวันไหนก็ได้กำไรวันนั้น ปรับทิศทางกรรมบถ 3 มโนกรรม กายกรรม วจีกรรม หัดรู้เท่าทัน หัดไปเรื่อยๆ ทำบ่อยๆ เราจะเก่ง ให้เวลาแก่การฝึกฝน ตั้งใจจริง เพียงไม่กี่ปีเราจะเริ่มเชี่ยวชาญ ความชำนาญอยู่ที่การให้เวลาเพื่อฝึกฝน ชีวิตนี้ไม่ได้ลึกลับอะไรหรอก ศึกษาเรียนรู้ อย่าด่วนท้อก็แล้วกัน ฝึกหัดคิดดี ทำดี พูดดี เตือนตนเสมอ อย่ามัวแต่เห็นความผิด ความบกพร่องของผู้อื่นเป็นเรื่องใหญ่ การเอาชนะความโกรธ ความริษยา ความไม่ดีในจิตใจของเราต่างหาก นี่สิเรื่องใหญ่ขนานแท้ ขอให้พวกเราซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ในการเดินทางไปสู่ความร่มเย็นกันเถิด"
    (สาธุ สาธุ สาธุ กราบขอบพระคุณ ท่านพระอาจารย์ ที่ได้สั่งสอนเทศนา มาให้สดับรับฟัง เมื่อครั้งจิตจมอยู่ในทุกข์...กราบ กราบ กราบ)

    ตอบลบ
  24. สุดท้ายก็จบลงที่ SOLVAY PEROXY THAI
    เพราะพวกเรารัก SOLVAY PEROXY THAI
    ไม่ได้เสแสร้งนะแต่ถ้าจะไปใหนไม่รอดจิงๆๆๆ

    ตอบลบ
  25. คนรักครอบครัว21 ธันวาคม 2553 16:03

    คุณกัวเมีย..เอ้ยงัวเงียเนาะคุณคงจะเข้าถึงรสพระธรรมละสิโดนเมียเทศบ่อยอุ๊ยไม่ช่ายฟังพระเทศบ่อย พิมซะเยอะเลยหนีเมียมาพิมเหลอคับ

    ตอบลบ
  26. ยอมรับเถอะโยม สวรรค์ยังให้อภัย งัวเงีย

    ตอบลบ
  27. รู้ซึ้งในรสพระธรรมขนาดนี้น่าจะไปบวชได้แล้วนะคับคุณงัวเงีย555++

    ตอบลบ
  28. การที่เรามาอยู่ร่วมกันได้ถือว่าฟ้าได้ประธาน เทพให้มาอยู่ด้วยแล้ว แต่ละคนมีชาติกำเนิดที่ต่างกัน มีการเลี้ยงดูต่างกัน บางคนพูดเก่ง บางคนพูดมาก บางคนพูดไม่เก่ง เพราะฉะนั้น เราจึงเอาใจเขาใส่ใจเราบ้าง ในบางครั้ง
    จงรับในสิ่งที่เขาเป็นบ้าง บางครั้ง สุดท้ายนี้ ขออนุโมทนาสาธุธุธุ.....
    หวัดดีปีใหม่คร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ.....

    ตอบลบ
  29. งัวเงีย เจ้าได้คิดดีทำดีแล้วนะบุญกุศลแห่งเนื้อนาบุญนี้จงบังเกิดแก่คุณงัวเงียด้วยเถิด...สาธุๆๆๆๆๆ จาก บรมจารย์ ตั๊กม้อ

    ตอบลบ