วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

โทรกลับจากเบลเยี่ยม 2 !!


เป็นไงกันบ้างทุกคนหลังจากชุดแรกเพิ่งกลับไป(นั่งรถไฟสวนกัน) อย่าลืมตักตวงความรู้จากพี่ๆเค้าให้มากๆนะครับ แล้วทางนี้จะอัพเดทความคืบหน้าให้เรื่อยๆครับผม พวกพี่ๆฝากบอกว่าอยู่ที่นี่สบายดีกลับไปจะจัดให้มีการเลี้ยงต้อนรับอีกสักงาน ^^






รูปสวยๆเอามาฝากแล้ว อย่าลืมเข้ามาคอมเมนท์กันด้วยนะจ๊ะ

อ่านบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Spice up your English with Laura... # 5 – "Sank you"

โดย ฝ่ายบุคคล

สัปดาห์นี้หันไปทางไหนเจอแต่คนหน้าเหี๊ยว เหี่ยวอยู่เต็มออฟฟิศไปหมด เดินเข้าห้องน้ำส่องกระจกก็เจออีกคน ว้าย ... ต๊กกะใจโม้ด นี่มันอิฉันเอง ?!!? แต่ไม่ว่าคุณ ๆ จะเหี่ยวห่อ หรือห่อเหี่ยวเพียงใด ขอให้ทิ้งความเหี่ยวนั้นและมาผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษร่วมกันเถอะ โดยในวันนี้ขอนำเสนออะไรที่ Simple simple ก่อน แต่อย่าประมาทนะคะผิดกันมานักต่อนักแล้ว และขอให้ชื่อ Spice up your English with Laura ... ในตอนนี้ว่า "Sank you"
สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ แลบลิ้นออกมานะคะ กรุณา take it serious นะคะ อิฉันพูดจริง ๆ กรุณาทำตาม แลบลิ้นออกมาค่ะ จากนั้นเมื่อลิ้นโผล่ออกมาแล้วให้กัดลิ้นของตัวเองเบา ๆ นะคะ (อย่าให้ถึงกับขาด) จากนั้นพ่นลมออกจากปาก นั่นแหละค่ะเป็นการออกเสียง TH ในภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง

เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องหรือไม่ใช่ก็ใกล้เคียงที่สุด เพราะอย่างน้อยเราต้องไม่ทำให้เค้าเข้าใจผิดในสิ่งที่เรากำลังกล่าวถึง มีคำในภาษาอังกฤษหลายคำที่หากไม่ออกเสียงให้ชัดก็จะกลายเป็นคำอื่นไปนะคะ เช่น Three (หมายเลข 3) กับ Tree (ต้นไม้) เวลาออกเสียงคำว่า Three สิ่งแรกที่จะต้องทำคือแลบลิ้นออกมา ลองพูดดูนะคะ Three trees ลองพูดให้คนข้าง ๆ ฟังดูว่ามันเหมือน หรือแตกต่างกันอย่างไร

ลองฝึกออกเสียงคำคู่ TH กับ T ดังต่อไปนี้นะคะ อย่ามัวแต่อ่านตามแบบที่เราเรียนในห้องเรียนตอน ป.3 นะคะ กรุณาอ่านโดยแลบลิ้นออกมา กัดลิ้นเบา ๆ แล้วปล่อยเสียงออกมาด้วยค่ะ

Than (กว่า) Tan (สีเทา)

Thanks (ขอบคุณ) Tanks (ถังหลาย ๆ ใบ)

Theme (ใจความ) Team (ทีม)

Theory (ทฤษฎี) Teary (รู้สึกจะร้องไห้)

Then (ดังนั้น) Ten (หมายเลขสิบ)

There (ที่นั่น) Tear (ฉีก)

They'll (เขาทั้งหลายจะ) Tail (หาง)

Thin (ผอม) Tin (ดีบุก)

Though (แม้ว่า) Toe (นิ้วเท้า)

Thought (ได้คิดแล้ว) Taught (สอนแล้ว)

Thread (เส้น) Tread (ย่ำ)

Thrust (ผลัก) Trust (ไว้ใจ)

บางคนออกเสียง S แทน TH นะคะ เช่น Thank you จะกลายเป็น "Sank you" - "แซง ยู" ฟังแล้วรับไม่ได้ค่ะ นอกจากนี้ไม่มีคำที่สะกดด้วย TH คำใดที่ออกเสียงเป็น T ยกเว้นชื่อสถานที่เช่น Thailand ค่ะ

สรุปว่า ถ้าต้องอ่านคำที่สะกดด้วย TH ให้นึกถึงลิ้นก็แล้วกันนะคะ หวังว่าจะคลายความซีเครียดของคุณ ๆ ไปได้ไม่มากก็น้อย พบกันใหม่สัปดาห์หน้า หวังว่าหน้าจะตึงขึ้นแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ
อ่านบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

โทรศัพท์จากไทยไปเบลเยี่ยม !!


มีความคิดเห็นจากเพื่อนๆบางคนว่า อยากมีช่องทางสื่อสารจากประเทศไทยไปถึงพี่ๆที่เบลเยี่ยมบ้าง เมื่อได้ฟังดังนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องรีรอ จึงเปิดห้องนั่งเล่นในหัวข้อโทรศัพท์จากไทยไปเบลเยี่ยม ให้เป็นช่องทางในการสอบถามถึงความเป็นอยู่และความคืบหน้า รวมถึงไต่ถามถึงของฝากจากพี่ๆกันได้เลยจากในห้องนี้

เมื่อโทรศัพท์เปิดแล้วเพื่อนๆคนไหนที่อยากโทรไปก็รีบๆโทร ใครโทรก่อนจองของฝากได้ก่อนนะครับ


ฝากถึงพี่ๆที่เบลเยี่ยมด้วยว่างๆฝากข้อความถึงน้องๆมาทางห้องนี้ได้เหมือนกันนะครับ
อ่านบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Spice up your English with Laura... # 4 – Happy Halloween: "Trick’O’Treat?"

โดยฝ่ายบุคคล

พูดถึงเทศกาล Halloween คงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ทราบไหมคะว่า วันฮัลโลวีน มีที่มาอย่างไร วันนี้ Spice up your English with Laura ... จึงขอเสนอตอนที่ชื่อว่า Happy Halloween: "Trick'O'Treat?"
คำว่า "Halloween" นั้นเพี้ยนมาจาก "All Hallows Eve" คือ คืนก่อนวัน "All Saint's Day" (1 พฤศจิกายน) ซึ่งเป็นวันที่เหล่าคาทอลิกจะมาปฏิบัติศาสนกิจเพื่อระลึกถึงนักบุญต่างๆ ตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทองและตุ๊กตาหุ่นฟาง โดยแต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานหรือ ขนมเค้กสำหรับวิญญาณ (Soul cake) ไว้รอให้เด็กๆ ที่แต่งตัวแฟนซีเป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน พร้อมกับถามว่า "Trick or treat?" ก้อคือ การถามว่า จะให้ขนมมาดี ๆ หรือจะโดนหลอกฮึ! เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ที่จะตอบ treat ด้วยการยอมแพ้และมอบขนมหวานให้ภูตผี(เด็ก)เหล่านั้น ราวกับว่าช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นหลอกอาละวาด เค้ามีความเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาค ก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น เอาหล่ะ เมื่อเราทราบที่มาของวัน Halloween แล้วก็มาเรียนรู้คำที่เกี่ยวข้องกันดีกว่าค่ะ

Trick เป็นได้ทั้งคำนาม (n.) และคำกิริยา (v.) แปลว่า เคล็ดลับ, ลูกเล่น, เล่ห์กล, วิธีพลิกแพลง, แกล้ง, หลอก ตัวอย่างเช่น

·  Lala seems to have the trick of making others laugh. (ลาล่าดูเหมือนจะมีเคล็ดลับในการทำให้คนอื่นหัวเราะ)
·  Lulu likes to play tricks on her friends. (ลูลู่ชอบแกล้งเพื่อนของเธอ)

· I realized then that I had been tricked, but it was too late. (เมื่อฉันรู้ตัวว่าโดนหลอกก็สายเสียแล้ว T_T)

· You tricked me!! (เธอหลอก/แกล้งฉันนี่!!) จะแปลว่าอะไรต้องดูบริบทนะคะ

คำต่อมา คำว่า Treat ก็เป็นได้ทั้งคำนาม (n.) และคำกิริยา (v.) แปลว่า การปฏิบัติต่อ, การรักษา, ให้ความเพลิดเพลิน, เลี้ยงดู ตัวอย่างเช่น

· Koy always treats everybody with respect. (ก้อยปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเคารพเสมอ)

· Let’s go out to lunch. My treat. (ไปทานอาหารเที่ยงกันเถอะ ฉันเลี้ยงเอง)

· Let me treat you to dinner. (ให้ฉันเลี้ยงอาหารเย็นเธอนะ)

· Doctors are treating him for cancer. (หมอกำลังรักษาโรคมะเร็งให้เขา)
อีกประโยคหนึ่งที่ช่วยอธิบาย คำว่า "Trick or Treat" หรือ "Trick'O'Treat" ของคุณฝรั่งเค้าได้อย่างชัดเจนเลยก็คือ
·  "Trick or treat, smell my feet; give me something good to eat" (ถ้าเลือก Trick ก็ดมเท้าฉันสิ แต่ถ้าไม่อยาก ก็ Treat หาอะไรอร่อยๆ ให้ฉันทานซะดีๆ)

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Wikipedia วันนี้ Laura ไปก่อนค่ะ ว่าแต่ว่า พรุ่งนี้ Trick'O'Treat ดีคะ??? ^__^ พบกันศุกร์หน้าค่า Bye











อ่านบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

อัพเดทอย่างต่อเนื่องกับ iHears โฉมใหม่ SHOUT BOX!!

หลังจากมีการอัพเดทรูปโฉมใหม่ของบล๊อก พร้อมทั้งเปิดห้องแชทตามคำเรียกร้องของเพื่อนๆทีมงาน แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่เห็นว่ามันยังไม่โดนใจเท่าไหร่คือห้องแชทนั้นต้องรอให้เพื่อนๆเข้ามาเล่นพร้อมๆกันถึงจะสามารถพูดคุยกันได้ แต่ถ้าเราเข้ามาคนเดียว แล้วอยากแชร์อะไรให้เพื่อนๆหล่ะเราจะทำอย่างไร ??




นี่เองเป็นปัญหาให้ขบคิดอยู่สักพักหนึ่ง แล้วจึงได้มาเป็น Shout box นั่นเอง!!!

แล้ว Shout box มันคืออะไรหล่ะ หลายคนอาจถาม...... Shout box ก็มีความคล้ายคลึงกับ Chat แต่ต่างกันตรงที่ Shout box นั้นไม่ต้องรอให้เพื่อนเข้ามาเล่นกับเรา เราสามารถ Shout(ตะโกน) ทิ้งไว้ ให้เพื่อนเข้ามาอ่านได้หลังจากนั้น ซึ่งสามารถโต้ตอบกันได้คล้ายแชท ฟังแล้วน่าลองขึ้นมากันบ้างมั้ยครับ เราลองไปศึกษาวิธีใช้ Shout box กันเลย



ขั้นแรกนี่ก็เป็นหน้าตาของ Shout box ของblog เรา ซึ่งค่อนข้างพื้นๆ (แต่ได้ผล)




โดยที่เราสามารถใส่ชื่อของเราที่ช่อง Name (ลูกศรสีแดง) แล้วใส่ข้อความที่เราอยากจะตะโกนให้เพื่อนฟังที่ช่อง Message (ลูกศรสีน้ำเงิน) เมื่อเสร็จแล้วกด Shout!(ไฮไลท์สีเหลือง)
ยังมีลูกเล่นอีกเล็กน้อยเพิ่มสีสันให้กับ Shout box ของเราลองกดปุ่ม + ข้างๆ Shout ดูสิครับ...



เชิญเข้าไปตะโกนให้สุดเสียงทางด้านล่างสุดของ iHears ในทุกเพจกันได้เลย

ขอให้สนุกกับลูกเล่นใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามาไม่ซ้ำกันของ iHears ของเรา อย่าลืมตะโกนกันล่ะ!!




อ่านบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

iHears ปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่ ! ! !

กลับมาอีกครั้งกับห้องนั่งเล่นเจ้าเก่าที่ห่างหายไปสองสามสัปดาห์ กลับมาครั้งนี้ไม่มีคำว่าผิดหวังเพราะกลับมาพร้อมกลับโฉมใหม่ของบ้านเรา ซึ่งได้ทำการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งหมด โดยได้รับการออกแบบและคัดสรรจากทีมงาน เพื่อความแปลกใหม่และทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงๆต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อไป

จากการที่ได้รับฟังข้อคิดเห็นของหลายคนพบว่า blog ของเรานั้นยังเป็นแบบ one-way คือ มีการโพสเรื่องใหม่ๆไปถึงจะมีคอมเมนท์กลับมา จึงมีการเสนอให้มีการสร้างอะไรที่มีการตอบโต้กันให้มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้เอง ทางทีมงานจึงได้คิดนำห้องแชทเพื่อเพิ่มการโต้ตอบซึ่งกันและกันระหว่างทีมงานได้อย่างเต็มที่

ซึ่งขั้นตอนในการเข้าห้องแชทก็ง่ายแสนง่ายตามนี้เลย
ภาพด้านบนเป็นหน้าตาแรกหลังจากเข้ามาที่หน้า blog ของเรา เพียงแค่คลิ๊ก OK เบาๆ ก็จะสามารถไปขั้นตอนต่อไปได้
ภาพด้านบนเป็นหน้าหลังจากที่เรากด OK ไปแล้วซึ่งทางด้านขวาจะเป็นรายชื่อของคนที่ออนไลน์อยู่ในหน้าเวปขณะนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีใครกำลังออนอยู่บ้าง และเราสามารถพิมโต้ตอบกับทุกคนได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องกดไปที่ชื่อของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่พิมไปนั้นจะสามารถเห็นกันได้ทุกคน แต่... แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นใคร?
เราต้องทำการแสดงตัวโดยการพิมคำสั่ง /nick ชื่อที่ต้องการ(ภาษาอังกฤษเท่านั้น) เช่น ต้องการใช้ชื่อว่า SEXY ก็พิมว่า /nick SEXY ชื่อของเราทางด้านขวามือก็จะปรากฎเป็นชื่อ SEXY ในทันที

ง่ายมั้ยล่ะครับกับการเล่นห้องแชทของเล่นใหม่ของบล๊อก iHears ของเรา ใครมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับห้องแชท อยากให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม สามารถคอมเมนท์ได้ใยหัวข้อนี้ ทางทีมงานจะนำไปปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ดีขึ้นต่อๆไป

ถ้าพร้อมแล้วพบกับห้องแชทแบบ temporary ในโพสนี้กันได้เลย

video chat provided by Tinychat
อ่านบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

Spice up your English with Laura... # 3 - The movie was a lot of fun

โดย ฝ่ายบุคคล

ตอนนี้ Talk of the town คงไม่มีเรื่องอะไรฮอตเกินไปกว่าหนังเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ที่พี่เคน ธีรเดช เล่น เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ Laura กับแก๊งเพื่อนสาว (โสด) จึงชวนไปดูหนังกันมาแล้ว อู้ยย.. หล่อ เอ๊ย! สนุกครบรส โดนใจสุดๆ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมไปดูให้ได้นะคะ ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่ทำไปด้วยใจรักจริงจิ๊ง !!! วันนี้เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ Spice up your English with Laura ... จึงขอเสนอตอนที่ชื่อว่า The movie was a lot of fun. เพื่อให้เราได้เข้าใจและใช้คำว่า fun หรือ funny กันได้อย่างถูกต้อง
คำว่า "สนุก" แปลเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไรกันแน่คะระหว่าง fun หรือ funny? คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์ตั้งข้อสังเกตว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าสองคำนี้แปลเหมือนกันเด๊ะจึงใช้เหมือนกันเป๊ะ จริง ๆ แล้ว 2 คำนี้มีความใกล้เคียงกันมากแต่คำว่า fun ให้ความหมายตรงกับคำว่าสนุก น่าทำ ไม่เครียดมากกว่า funny ค่ะ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

· Did you enjoy that movie? I thought it was fun. (คุณชอบหนังเรื่องนั้นไหม ผมคิดว่ามันสนุกดีนะ)

· It's fun working with Pear. She makes the work so interesting. (ทำงานกับแพรสนุกดี เขาทำให้งานน่าสนใจ)

· You're a fun guy. (คุณนี่เป็นคนสนุกจัง)

ทีนี้ลองเอาคำว่า fun ออก และใส่คำว่า funny แทน โปรดสังเกตความหมายในภาษาไทยนะคะ

· Did you enjoy that movie? I thought it was funny. (คุณชอบหนังเรื่องนั้นไหม ผมคิดว่ามันตลกดีนะ)

· It's funny working with Pear. She makes me laugh all the time. (ทำงานกับแพรตลกดี เขาทำให้ฉันหัวเราะตลอดเวลา)

· You're a funny guy. (คุณนี่เป็นคนตลกจัง)

สังเกตได้ว่า funny แปลว่าตลกมากกว่าสนุก นั่นเป็นเพราะอะไรที่ funny จะทำให้คุณมีปฏิกิริยายิ้มและหัวเราะ แต่ fun เป็นอะไรที่สนุกและไม่น่าเบื่อเท่านั้น ตัวอย่างอื่นที่อาจช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นเช่น The show was fun. (งานแสดงนั้นสนุกจัง) และ The show was funny. (งานแสดงนั้นตลกจัง) ถ้าเราสนุกมากให้ใช้ a lot of fun หรือ much fun ...... อย่าพูดว่า very fun นะคะ เช่น The show was a lot of fun. หรือ The show was much fun. แต่ใช้ very กับ funny เช่น The show was very funny.

นอกจาก funny จะแปลว่า ตลก แล้วยังมีอีกความหมายหนึ่งว่า แปลก ผิดปกติ หรือพิลึก ด้วยเช่น

· There's something funny going on here. (มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นแถวนี้)

· That's funny. Porn said she was going to Siam Paragon but I just saw her at Platinum! (แปลกเนอะ พรบอกว่าจะไปเที่ยวสยาม พารากอน แต่เมื่อกี้เจอเค้าที่แพลทินัม!?!)

· You look funny in that tie. Take it off. (คุณใส่เนกไทดูตลกจัง ถอดออกดีกว่า)

ข้อควรระวังอย่างมากในการใช้ fun และ funny คือ ถ้าคุณอยากจะถามว่า "คุณกำลังสนุกสนานไหม" คนส่วนใหญ่มักถามว่า "Are you funny?" ซึ่งแปลว่า "คุณเป็นคนพิลึก ๆ ไหม" ที่ถูกควรใช้คำว่า Are you having fun? ค่ะ ท้ายนี้ถ้าต้องการอวยพรให้ใครสนุกกับเรื่องอะไร ให้ใช้คำว่า Have fun with ....

และถือโอกาสใช้ตัวอย่างของคำนี้เป็นการส่งท้าย Spice up your English with Laura ... สำหรับวันพฤหัสบดีนี้ ..... Have fun with the weekend! ขอให้สนุกกับวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ พบกันศุกร์หน้า Bye for now!!
อ่านบทความทั้งหมด