วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเลี้ยงปลาการ์ตูนตอนที่ 3

By Dew


เย้ๆ วันนี้ตอนที่ 3 ก็คลอดออกมาแล้วนะครับ หลังจากที่รอกันมานับสิบปี 5555 วันนี้เรามาดู 10 วิธีการทำตู้ทะเลกันนะครับ ดูเหมือนจะยากไปนิดนะครับ แต่หากตั้งใจกันแล้ว มันก็ไม่ยากเหมือนที่คิดไว้นะครับ เพราะลองคิดกันดูง่ายๆว่า แค่เปลี่ยนน้ำในตู้ปลา จากน้ำจืด เป็นน้ำที่มาจากทะเล แค่นั้นเองครับ ยังไงเพื่อนๆที่สนใจลองศึกษาจากตอนที่ 1 ดูนะครับ หากใครลืม ลองอ่านดูนะครับแล้วทุกคนจะหลงใหลในเสน่ห์ ของปลาทะเลกันกันอย่างแน่นอนนะครับ

สิบขั้นตอนในการทำตู้ทะเล

ขั้นที่ 1 การเตรียมและตรวจสอบอุปกรณ์ (ขั้นตอนสำคัญสำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ตู้แตก) ทำความสะอาดตู้ ด้วยน้ำเปล่าและฟองน้ำหรือผ้าเท่านั้น ห้ามใช้สบู่ ผงซักฟอกหรือสารเคมีอื่นๆ เช็คขาตั้งและพื้นว่าแข็งแรงและระนาบดีพอที่จะรับน้ำหนักทั้งหมดของตู้ได้ (ควรคำนวณความจุของน้ำและหน้ำหนักหินที่จะใส่ในตู้) วางตู้ในสถานที่ที่ต้องการตั้ง และติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด (ฟิลเตอร์ หัวเป่า สกิมเมอร์ ฯลฯ) เติมน้ำเปล่าให้เต็ม เพื่อเช็คระดับการวางของตู้ว่าอยู่ในแนวระนาบดีพอหรือยัง และเช็คตามรอยต่อของตู้ว่ามีน้ำซึมออกมาหรือไม่ ทดสอบตู้โดยการเปิดอุปกรณ์ทั้งหมด เป็นโดยรันระบบไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมง เช็ครอยรั่วซึม และอุปกรณ์ทั้งหมดว่าทำงานเป็นปกติดีหรือไม่ เมื่อทำการเช็คเสร็จแล้วในขั้นนี้ให้ถอดปลั๊กอุปกรณ์ทั้งหมด ก่อนจะปล่อยน้ำออกจากตู้


ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมน้ำ -ใช้น้ำทะเล พยามยามเก็บไว้ในที่ที่ไม่โดนแดด หรือใช้ผ้าคลุมไว้ -ใช้น้ำเกลือผสม ผสมตามอัตราส่วนที่ข้างถุง แล้วเปิดหัวเป่าทิ้งไว้ซักสองถึงสามวัน 


ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมระบบ เติมน้ำที่เตรียมไว้ลงในตู้ปลา เปิดระบบอุปกรณ์ทั้งหมด

 ขั้นตอนที่ 4 การเตรียมหินเป็น ควรเลือกใช้หินเป็นที่บำบัดมาแล้ว และเป็นหินเป็นที่ค่อนข้างสมบูรณ์ หากใช้หินเป็นที่ยังไม่ได้บำบัดควรนำไปบำบัดก่อน (โดยการเป่าออกซิเจนทิ้งไว้ซักวันสองวัน) ไม่ควารนำมาใสลงไปในตู้ทันที


 ขั้นตอนที่ 5 การลงหินเป็น ควรวางแผนในการจัดตู้ก่อนซื้อหินเป็นว่าต้องการจัดในลักษณะใด และเลือกซื้อหินเป็นให้เหมาะกับความต้องการ เช่น หากต้องการจัดในลักษณะที่เป็นช่อง หรือถ้ำ ควรคำนึงถึงหินที่เป็นฐานอยู่ด้านล่างควรเลือกที่มั่นคงแข็งแรง ไม่ผุ หรือถล่มง่าย เพราะจะมีผลกับการกระแทกตู้ในภายหลัง ปิดระบบอุปกรณ์ทั้งหมด และ ตักน้ำในตู้ออกครึ่งหนึ่ง แยกไว้ต่างหาก ใส่หินเป็นลงในตู้จัดเรียง ตามความพอใจเมื่อเสร็จแล้วเช็คความมั่นคงของโครงสร้าง นำน้ำที่แยกไว้กลับมาเติมให้ได้ระดับเดิม และเปิดระบบและอุปกรณ์ทั้งหมดอีกครั้ง


 ขั้นตอนที่ 6 การรอระบบเซทตัว (สำคัญมาก) ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญและขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำและหินเป็นที่เลือกใช้ ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาระหว่าง 3-8 อาทิตย์ เติมแบคทีเเรียหรือกุ้งตายลงไปในตู้ จากนั้นเช็คค่าน้ำทุกอาทิตย์และตรวจดูค่าต่างหรือความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ ammonia, nitrite และ nitrate. รอจนกระทั่งระบบเซทตัวเองให้สมบูรณ์ เช็คค่าน้ำให้เป็นปกติมากที่สุดก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป ขั้นตอนนี้ไม่ควรเปลี่ยนน้ำในตู้ และไม่ควรเปิดไฟเพราะจะทำให้เกิดตะไคร่ได้ง่าย


ขั้นตอนที่ 7 ศึกษาและวางแผนการเลือกสิ่งมีชีวิต ควรหาข้อมูลและศึกษาในระหว่างที่รอระบบเซทตัว (เพื่อกันไม่ให้ฟุ้งซ่านและใจร้อน) และ ควรคำนึงถึง ความพร้อมของผู้เลี้ยง เวลาในการดูแล และความพร้อมของตู้ เพราะตู้ปลาทะเลมีลักษณะปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปมากระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และควรทำความเข้าใจถึงความยากง่าย และอายุของระบบในตู้และความชำนาญของผู้เลี้ยงก่อนที่จะเลือกซื้อ และสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ละเอียดอ่อนต่อการดูแล ระบบควรเสถียรมากกว่าหกเดือนขึ้นไป


 ขั้นตอนที่ 8 การลงทรายเป็นและเศษปะการัง ปิดระบบและอุปกรณ์ ทุกอย่าง ตักน้ำในตู้ออกมาแยกครึ่งหนึ่ง จากนั้นลงทรายเป็นและเศษปะการัง (ไม่ควรลงย้ายหินเป็นขึ้นมาวางบนทรายเพราะสิ่งมีชีวิตบางอย่างจะขุดทรายและทำให้หินถล่มได้) เมื่อลงทรายและปะการังได้ระดับดีแล้ว นำน้ำ ที่แยกไว้กลับมาเติมลงในตู้โดยใช้ถ้วยหรือท่อพีวีซีรองเพื่อกันทรายฟุ้งกระจาย เติมน้ำให้ได้ในระดับเดิม และเปิดระบบอีกครั้ง รอจนกระทั่งทรายตกตะกอนและน้ำใสดีแล้ว เช็คค่าน้ำต่างๆ ให้เป็นปกติ เช็คระบบไฟ และ อุณภูมิ 


ขั้นตอนที่ 9 การลงปลาหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช็คระบบให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดพลาด และค่าน้ำรวมไปถึงอุณภูมิ ความเค็ม ฯลฯ อยู่ในระดับที่ปกติ เลือกปลาหรือสิ่งมีชีวิตที่ดูแลง่าย ซักสองหรือสามชนิด เพื่อเช็คระบบในตู้ และให้แน่ใจว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นสามารถอยู่ได้สองถึงสามอาทิตย์โดยไม่มีสิ่งใดผิดปกติก่อนจะลงสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นต่อไป


ขั้นตอนที่ 10 การดูแลและรักษาสิ่งมีชีวิตในตู้ หมั่นดูแล เอาใจใส่ และสังเกตุสิ่งมีชีวิตต่างๆในตู้ว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ ศึกษาหาความรู้ในด้านอื่นๆ เช็คระบบน้ำ และบำรุงรักษาเครื่องมืออยู่เสมอ เพราะตู้ทะเลเป็นระบบปิด ต้องการการดูแลเอาใจใส่เพื่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตอยู่มาก

ที่สำคัญที่สุดคือการนำปลามาเลี้ยงต้องเป็นปลาที่มาจากการเพาะพันธุ์เท่านั้นห้ามนำปลาที่ได้จากการจับในทะเลมาเลี้ยงเพราะจะทำให้ปลาปรับสภาพแวดล้อมไม่ได้ และ เป็นผลทำให้ระบบนิเวศของทะเลเสียหายได้


ราคาปลาการ์ตูนแต่ละชนิด


  1. ปลาการ์ตูนส้ม ขาว        เล็ก 80 บาท  ใหญ่ 500 บาท            

  1. ปลาเพอคูล่า         เล็ก 100 บาทขึ้นไป ใหญ่จนถึง 5000 บาท                                                  

  1. ปลาการ์ตูนทองและ ปลาการ์ตูนแดง เล็ก 120 บาท ใหญ่ 600 บาท                      

4. ปลาการ์ตูนมะเขือเทศ          เล็ก 80 บาท ใหญ่ 500 บาท                                             

5. ปลาการ์ตูนอินเดียแดง         เล็ก 120 บาท ใหญ่ 800 บาท                                           

6. ปลาการ์ตูนลายปล้อง  เล็ก 80 บาท ใหญ่ 600 บาท                      

7. ปลาการ์ตูนอานม้า เล็ก 600 บาท ใหญ่ 5000 บาท                                                        


(ราคานี้ผมอ้างอิงจาก Percula Farm ชลบุรี และ จตุจัตร กรุงเทพ นะครับ ถือว่าเป็นราคากลางที่ใช้ซื้อขายกัน)        ท้ายนี้ ขอให้สนุกกับการเลี้ยงปลาสวยงามนะครับ ^_^

32 ความคิดเห็น:

  1. ตัวเล็กๆไม่รู้เลี้ยงเมื่อไรถึงจะโตจาก 600 บาท เป็น 5000 พันบาท หนอ พอทำเป็นอาชีพเสริมได้ป่าว รอเก็บทุนก่อนนะ

    ตอบลบ
  2. พระเครื่อง รายได้เสริม เป็นที่นิยมของแพลนท์เราจิงๆ

    ตอบลบ
  3. เห็นด้วยกับบทสรุปของดิว ควรใช้ ปลาการ์ตูน ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงมากกว่าปลาธรรมชาติ เพราะจะมีความทนทานมากกว่า โดยควรนำปลามาเลี้ยงรวมกันเป็นฝูง ประมาณ 6-8 ตัว หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับขนาดตู้เลี้ยง เมื่อ ปลาการ์ตูน เริ่มจับคู่จะสังเกตว่าทั้งสองตัวจะแยกตัวออกจากฝูงและหวงอาณาเขต จากนั้นให้แยก ปลาการ์ตูน คู่นั้นออกจากตู้ไปเลี้ยงในตู้ที่เตรียมไว้สำหรับเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

    ตอบลบ
  4. ไม่เห็นมีว่ารวมราคาทั้งหมดเท่าไรครับทั้งตู้+หราย+ปั้ม+ทุกอย่างครับ+รวมปลาพอประมาณ เพื่อคนที่เขาสนใจเลี้ยงปลาน้ำเค็มครับ แต่ปลาทะเลเลี้ยงแล้วดูสวยกว่าปลาน้ำจืดครับ

    ตอบลบ
  5. หากว่าจะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ผม ไม่ค่อยแนะนำเท่าไรนะครับ เพราะความเสี่ยงในการนำปลาเยอะๆมาอยู่รวมกัน มันเสี่ยงที่ปลามีโอกาสจะตายสูง เพราะความแออัดครับ หากจะเลี้ยงขายต้องศึกษาเยอะมากเลยนะครับ เลี้ยงเพื่อความสวยงามจะดีกว่านะครับผม พี่ใหญ่ อิอิ

    ตอบลบ
  6. ดูแล้วมันคง...เลี้ยงยากนะครับเห็นบางคนต้องไปซื้อน้ำทะเลจากกรมประมงมาเปลี่ยนกันเลยทีเดียว ได้ยินเค้าว่าถ้าตักน้ำจากทะเลมาใส่ในตู้เลยมันจะตาย...จริงมั้ยดิว

    ตอบลบ
  7. อยากเลี้ยงไว้ดูเหมือนกัน ..สวยดี
    งบประมาณเท่าไรน้องดิว..เอาแบบทั้งตู้ที่รวมทุกอย่างแล้วอ่ะ
    ไปดูที่ร้านขายปลาบ่อยๆ แต่ยังไม่กล้าเลี้ยง..กลัวปลาตาย (ปาป)5555

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผมแนะนำให้ลองเลี้ยงตู้ปลาขนาด 24 นิ้ว ก่อนนะครับเพราะลองเลี้ยงจากตู้เล็กๆก่อนแล้วค่อยๆไปตู้ใหญ่ ถ้าปลารอดแล้วค่อยขยับขยายครับ เพราะผมเคยมีประสบการณ์แล้วครับ เสียดายกะตังในกระเป๋ามาก ส่วนเดี้ยวนี้ราคาตู้ปลา พร้อมกรอง พร้อมไฟครับไฟแนะนำไฟสีออกโทนฟ้าครับ ก็ประมาณ 1500 ครับปั้มอีก 150บาท ออกซิเจนอีก 150บาท ถ้าไม่มีขาตั้งตู้ปลาก็ 300 บาทครับ รวมๆแล้วอุปกรณ์สำหรับตู้ขนาด 24 นิ้วก็ 2000 บาทครับ

      ลบ
  8. ตอบพี่อ๋องก่อนนะครับ น้ำทะเลจริงๆแล้ว มีขายนะครับ ราคาลิตรละประมาณ 5 บาท ครับ หาซื้อได้ตามร้านขายปลาทะเลครับ จริงๆแล้วน้ำที่มาจากทะเลจริงๆ จะมีสารอาหารมากกว่าน้ำที่เราเตรียมจากเกลือวิทยาศาสตร์นะครับ แต่น้ำทะเลที่เค้าใช้ซื้อขายกัน ไม่ใช่เป็นน้ำที่มาจากริมทะเลที่เราเล่นหรือเราไปตักมาเองนะครับ เพราะเค้าจะออกไปเอาที่กลางทะเลครับ เพราะน้ำกลางทะเลจะมีความสะอาดมากกว่าเยอะมาก เพราะฉนั้นเราไม่สามารถเอาน้ำทะเลที่เราเล่นกันมาใช้ได้ครับ แต่วิธีการเปลี่ยนน้ำก็คล้ายๆกับปลาน้ำจืด ครับ คือ เอาน้ำเดิมอาจจากตู้ให้เกือบแห้ง แล้วค่อยๆเติมน้ำใหม่ลงไป แต่ให้ค่อยๆเติมครับ ทิ้งระยะด้วย ให้ปลาได้ปรับตัวกับน้ำใหม่ได้ครับ ไม่งั้นปลาอาจจะช๊อคตายได้ ขอบคุณมากครับสำหรับคำถาม เป็นคำถามที่มากครับ

    ตอบลบ
  9. ดิว ต้อง เอา ตู้ ปลา ไป โยน ทิ้ง น้ำ ทะ เล แค่ นี้ เอง กลาย เป็น ตู้ ปลา ทะ เล แล้ว ....
    ล้อ เล่น นะ ขอบ คุณ มาก สำ หรับ ข้อ มูล การ เลี้ยง ปลา สวย งาม ข้อ มูล ปึก มากๆ >.<

    ตอบลบ
  10. คนที่อยากเลี้ยงสัตว์ทะเลก็ควรศึกษาทั้งตู้เลี้ยง อาหาร วิสัยทัศน์ของสัตว์ที่จะเลี้ยงด้วย ถ้าเราไม่รู้มันก็อาจจะเสียทั้งทรัพย์สินของเรา และก็บาปที่เราทำให้สัตว์ตายด้วยครับ

    ตอบลบ
  11. ทีมงาน พลิกแผ่นดิน28 กุมภาพันธ์ 2555 00:10

    ในเรื่องนี้ผมไม่สัดทัดสักเท่าไรครับสงสารปลากว่าจะทำบาปเมื่อเขาเกิดตายจากฝีมือเรา แต่เรื่องอย่างอื่นนะ พอได้ครับ

    ตอบลบ
  12. มิตรเฮดเดอร์ไฮเปอร์เรดซิ่ง28 กุมภาพันธ์ 2555 00:54

    รอบ 3 เนี๊ยะชั่วอ่ะป่าวช่างดิว อยากจะเลี้ยงมั่งอ่ะช่าง แต่สงสารดูมันจะทรมานเหลือเกินเมือมันหิว มันปล่าวเปรี่ยวเมื่อเราไม่สน แล้วมันต้องทนอยู่ในที่แขบๆๆแบบจำกัด แล้วมันอาจจะแสบอาจจะคันเมื่อน้ำเข็มเกิน บางทีมันอาจจะเพลินไปกับแมว ทะเลทะเล ทะเลทะเล

    ตอบลบ
  13. มองดูแล้วถ้าจะเลี้ยงยากมาก แต่ก็สวยดีและจะต้องมีใจรักเอามากๆ ด้วย สำหรับผมคงบาย

    ตอบลบ
  14. ไม่ยากครับพี่ๆน้องๆ solvay ลองศึกษา ตั้งแต่ตอนแรกๆ ดูครับ อย่าพึ่งท้อครับ

    ตอบลบ
  15. ดูแลท่าจะยากเนาะ คนทำงานอย่างเราๆ จะมีเวลาดูแลมันหรือ แต่ก็อยากเลี้ยงนะ ท่าดิวออกตังซื้อให้สัก 2 ตัว

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ12 มีนาคม 2555 06:13

    เงียบจังเลยฮู้ๆๆช่วงนี้..ม่ายรู้เป็นไรก้น งานมันหนักหรือรุ้นหนักก็ม่ายรู้ แน่ๆๆๆๆใกล้เข้ามาแล้วสินะ 23มีนาคม หี๊วๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  17. ถ้าเลี้ยงไว้ดูเล่นก็น่าจะ OK แต่ถ้าเลี้ยงเพื่อการค้าควรศึกษาให้รอบด้าน

    ตอบลบ
  18. แบงค์บ้านฉาง16 มีนาคม 2555 16:02

    เห็นแล้วก็น่าเลี้ยงดีนะคับปลาสวยงามถึงวิธีการเลี้ยงจายากไปหน่อนและราคาก็แพงไปนิดแต่ถ้าเลี้ยงได้ก็น่านะดี

    ตอบลบ
  19. แล้วที่เลี้ยงไว้คลอดลูกยังเอามาโชว์หน่อยดิหรือว่าตายหมดแล้ว

    ตอบลบ
  20. น้องดิว...เราไปดูตู้ปลากันดีกว่ามั๊ย(หาพวกไปช่วยกันชี้แนะ...)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. พี่แมวครับ นัดวันเวลามานะครับเดี้ยวจะพาไปดูที่ถูกๆ ครับ

      ลบ
  21. อยากทราบว่า จะต้องเปลี่ยนนำ้บ่อบแค่ไหนครับ? และถ้ามีเหตุต้องเลิกเลี้ยง จะนำปลาไปปล่อยได้ที่ไหนครับ?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. การเปลี่ยนน้ำ ประมาณ4เดือนครั้งครับ เพราะข้อดีของการเลี้ยงปลาทะเล เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ ครับ แต่ถ้าหากว่า น้ำสกปรก มีอาการขุ่นแล้ว เราก็สามารถเปลี่ยนน้ำได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องเอาน้ำออกหมด แค่เอาน้ำเก่าออกบางส่วน แล้วนำน้ำใหม่เติมเข้าไปเท่ากับบริมาณน้ำที่เอาออก แค่นั้นเองครับผม

      ลบ
  22. เลี้ยงปลาทองตาย ยังเสียดาย สงสารด้วย เลี้ยงปลาทะเลคงลำบากกว่าเยอะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มาถูกทางแล้วครับ ถ้าเลี้ยงปลาทองตาย ก็ลองเลี้ยงปลาหางนกยูง ดูนะครับ ค่อยๆศึกษาและลองปฎิบัติดูนะครับ แต่ถ้าจะให้ถึงแก่นก็ลองทำเหมือนเลี้ยงอีหนู ดูนะครับ อิอิ

      ลบ
  23. การเลี้ยงปลาเพื่อความเพลิดเพลินหรือเลี้ยงเพื่อธุรกิจก็ต้องเอาใจใส่นะครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. 555 ใช่แล้วครับ ก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็ก ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษนะครับพี่ kikikikik

      ลบ
  24. การเลี้ยงปลามันก็เหมือนกับการเลี้ยงลูกคนหนึ่ง เขาต้องการเอาใจใส่ดูแลทนุถนอมถ้าเราเลี้ยงเขาไม่ดีเขาก็อยู่กับเราไม่นาน ถ้าเลี้ยงไม่ดีอย่าเลี้ยงเสียดีกว่าเป็นเวรกรรมเสียเปล่าๆ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่แล้วครับพี่ อันดับแรกต้องเริ่มจากความรักความชอบในการเลี้ยงปลาก่อน ไม่ใช่เห็นว่ามันสวยก่อนที่จะเอาเค้ามาเลี้ยง โดยไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจังก่อน เพราะมันคือชีวิตทั้งชีวิต

      ลบ
  25. อ่านแล้วพี่คงเลี้ยงกับเขาไม่ได้แน่นอน ขนาดน้องเขยชอบเลี้ยงยังต้องเลิกเลย ถ้าเลี้ยงคงเห่อได้ไม่ถึงเดือนแน่นอน

    ตอบลบ
  26. งั้นลองเริ่มจากเลี้ยงปลาหางนกยูง เป็นปลาทอง แล้วเป็นปลาทะเล ก็ได้ครับพี่ ลองเลี้ยงจากง่ายไปหายากน่าจะประสบผลสำเร็วในระยาวได้ดีขึ้นครับ

    ตอบลบ