วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ว่าด้วยเรื่องการสักยันต์

By Tum นู๋



ว่าแล้วอยู่กับพี่ๆ SOLVAY ก็เข้าปีที่ 3 แล้วเห็นพี่หลายๆคนชอบพระเครื่อง ชอบเรื่องการสักยันต์ผมเลยเอาเรื่องนี้มาฝากครับ ว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยส่วนตัวผมก็ชื่นชอบในรอยสักเหมือนกัน เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ


การสักยันต์มีมาแต่สมัยโบราณกาลแล้ว สมัยก่อนมีการสักยันต์สองประเภทคือสักยันต์สำหรับ พวกเล่นวิชา สักยันต์อีกแบบหนึ่งเรียกว่า นักโทษหรือทาส สักยันต์แบบพวกเล่นวิชามีมาแต่สมัยโบราณผู้ที่สักหรือผู้เล่นวิชาจะถือวิชา อย่างเคร่งครัดไม่ยอมผิดครูใดๆ ทั้งสิ้นเพราะกลัววิชาจะไม่กล้าแกร่งอย่างเต็มที่

สักยันต์นั้นมีมาแต่ยุคสมัยก่อนกรุงสุโขทัยที่เท่าที่เห็นได้ชัดมาปรากฎในยุคของสมเด็จพระนเรศวร มหาราช เพราะเป็นช่วงการเสียเมืองบรรดาทหารประชาชน ต่างก็ต้องหาของดีไว้ป้องกันตัวแม้แต่พระ องค์ท่านซึ่งไม่มีประวัติในการสักก็จริง แต่มีในส่วนของสมเด็จพระสังฆราชคือ สมเด็จพระวันรัตน์วัดป่า แก้วเป็นผู้ที่ดูฤกษ์ชัยประกอบพิธีกรรมต่างๆในยุคนั้น ไม่ว่าการบรรจุดวงพิชัยสงครามการดูฤกษ์ออกรบ การปล้นค่าย รวมทั้งการทำพิธีศักสิทธิ์ทั้งหลายเพื่อให้ได้ชัยชนะ

การสักยันต์จะมาปรากฎให้เห็นเด่นชัด ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา คือยุคบางระจัน ที่ชาวบ้านบางระจันป้องกันหมู่บ้านของตนเอง ที่มีพระอาจารย์ ธรรมโชติเป็นฝ่ายสงฆ์ ท่านเป็นพระผู้ให้และเสียสละทุกครั้งที่มีการต่อสู้พม่าท่านจะให้ศีลให้พรรวมทั้ง การแจกผ้ายันต์ตระกรุดพิศมร ให้กับชาวบ้านไม่ว่าระดับเล็กหรือระดับใหญ่ และชาวบ้านส่วนมากก็มี การสักยันต์ การลงน้ำมันทาตัว เพื่อให้เหนียวและคงกระพัน จนเป็นที่แปลกใจให้กับบรรดาแม่ทัพของพม่า ว่าชาวบ้านเพียงเล็กน้อยจะสามารถต่อสู้กับทัพใหญ่ของพม่าได้

การสักยันต์ในที่นี้จะขอกล่าวไว้ 2 ประเภท
1.สักยันต์แบบน้ำมัน
2.สักยันต์แบบหมึก

1.สักยันต์แบบน้ำมัน เป็นการสักยันต์ที่ไม่ปรากฎภาพให้เห็น วัถุที่ประกอบในการสักน้ำมันมี
1.1.น้ำมันสัก อาจารย์ส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันงาเพราะเข้าร่างกายไม่เป็นอะไร
1.2.ว่านที่ใช้ผสมกับน้ำมันงา อยู่แต่ละประเภทของยันต์หรือภาพยันต์ แต่การนำว่านที่มาผสมสัก นั้นไม่ใช่ว่าจะซื้อมาใช้ได้เลย ต้องมีพิธีกรรมเมื่อได้หัวว่านมาแล้ว มีการหาฤกษ์หายามในการปลูก ถ้าคง กระพันต้องปลูกวันแข็ง ถ้าว่านทางเมตตาใช้วันอ่อน ระหว่างที่ปลูกต้องมีมนต์คาถาปลูกและการรดน้ำว่าน ก็มีคาถากำกับเสมอ และในตอนสุดท้ายการขุดหาวันขุดว่านด้วย ถึงจะได้สำฤทธิ์ผลของว่านด้วยไม่ใช่ ซื้อว่านมาผสมทำได้เลยแบบนี้ที่อาจารย์สมัยใหม่หลายๆท่านได้ทำกัน

ถ้าคนที่มาสักยันต์กับอาจารย์เป็นนักเรียนักศึกษาอาจารย์จะไม่ค่อยสักหมึกให้เพราะกลัวมีปัญหา เมื่อคนที่มาสักไปหางานหาการทำจะมีปัญหาในการรับเข้าทำงานอาจารย์จะลงน้ำ หมึกและน้ำมันพุทธคุณดีสุดยอดให้กับลูกศิษย์ลูกหาที่มาสัก ยันต์ที่อาจารย์สักมีหลายด้านอาจารย์จะสักแบบโบราณจะไม่ใช้เครื่องสักเลย 2

.สักยันต์แบบน้ำหมึกการ สักยันต์แบบหมึก การสักสันต์แบบหมึกนี้จะปรากฏเป็นภาพสีขึ้นมาโดยปกติการใช้ หมึกนั้นส่วนใหญ่จะหมึกจีนเป็นหลักแต่ปัจจุบันนี้ได้มีหมึกเข้ามาในประเทศ อย่างมากบางอาจารย์ก็ใช้หมึกของต่างประเทศเพื่อให้ดูสวยงาม บางอาจารย์ใช้หมึกสีแดง สีเขียวเข้ามาประกอบด้วย เพื่อพัฒนาลวดลายของสำนักตนเอง แต่ที่ตามโบราณ์ยึดถือกันมาเก่าแก่ คือหมึกจีนมากกว่า

แนวปฏิบัติเมื่อสักของดีจากอาจารย์ไปแล้วเพื่อให้เกิดความขลังสืบไป
1.ไม่ให้ประมาทอยู่ในความมีสติ
2.ไม่ลบหลู่ศีลธรรม พ่อแม่ครูอาจารย์
3.ไม่กระทำความชั่วให้รักษาศีล
4.ไม่ด่าบุพการีของตนเองและผู้อื่น

ข้อห้ามของอาจารย์สำหรับลูกศิษย์ที่จะมาสักกับอาจารย์
1.ห้ามใช้ผ้าเช็ดตัวมาเช็ดหน้าและศีรษะ (แยกเป็นสองผืนๆหนึ่งเช็ดตัวผืนหนึ่งเช็ดหน้าและศีรษะ)
2.ห้ามกินของที่เขาบอกว่าเป็นของเหลือเดน
3.ห้ามนำกางเกงหรือของต่ำมาข้ามศีรษะ

ปล.ใครส่งเรื่องอะไรมากันแล้วยังไม่ได้ลงใจเย็นๆนะครับ เปลี่ยนบรรยากาศกันนิดนึงเพราะส่วนมากส่งมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดทั้งนั้นเลย อ่านไปเยอะๆหนักสมองเหมือนกันนะ ดังนั้นตั้มหนูเอาเรื่องนี้มาเล่าเลยหยิบมาให้อ่านกันเพลินๆก่อนนะครับ


33 ความคิดเห็น:

  1. สมัยนี้การสักจะเห็นว่าเป็นการสักแบบสวยงามเสียมากกว่า ส่วนการสักแบบลงอาคมเดี๋ยวนี้มีน้อย และยิ่งต้องมากำหนดว่าจะต้องระวังอะไรบ้าง ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ ขนาดผ้าเช็ดตัวยังต้องแยกก็ใช้เห็นที่สักไปก็รักษาไม่ได้แน่นอน

    ตอบลบ
  2. ท่านอ๋อง27 พฤษภาคม 2556 07:10

    ...ตั๊มถ้าสักแบบนี้ เราทิ้งไว้นานๆมีโอกาศเสี่ยงเป็นมะเร็งมั้ยครับ

    ตอบลบ
  3. แบงค์บ้านฉาง29 พฤษภาคม 2556 04:02

    การสักยันนั้นผู้ที่สักแล้วต้องอยู่ในศิลในธรรมดำรงตนเป็นคนดี..
    ไม่ไปเกะกะระรานผู้แบบนี้มันถึงจามีประโยชน์

    ตอบลบ
  4. การสักยันต์นี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นความศรัทธาส่วนตัวของแต่ละคน......คนที่อยากจะสักหรือคิดว่าจะสักยันต์แบบนี้ ควรคิดและหาข้อมูลเยอะๆ เพราะรอยสักนี้จะอยู่คู่กับตัวคุณไปตลอดชีวิต รวมไปถึงเรื่องกฏข้อห้ามข้อพึงปฏิบ้ติต่างๆ ที่ผู้สักยันต์ควรทำหากท่านสักยันต์มาแล้วต้องปฏิบัติให้ได้ตามข้อห้ามดังกล่าวด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้น คาถาอาคมก็อาจจะเสื่อมไปโดยไร้ประโยชน์
    ขอขอบคุณ อาจารย์หนู กันเอง ที่มาให้ความรู้เรื่องการสักยันต์ ส่วนตัวแล้วชอบสักสีมากกว่า อิอิ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ29 พฤษภาคม 2556 08:14

    มีข้อสงสัยว่า ห้ามกินของเหลือเดน ถ้าเป็นแม่หม้ายได้ไม่อ่ะสงสัยท่ีสุดใครรู้ช่วยอธิบายต่อหน่อย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ได้ครับแต่ต้องเป็นแม่หม้ายที่เลิกรากับสามีจริงๆไม่ติดลิ้มรสเชิงสวาทครับ ง่ายๆคือว่าไม่มีผัวนั้นเอง เพราะเรื่องทีจะเคร่งคัดจริงๆคือ การไม่ผิดลูกผิดเเมียเขาครับ...

      ลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ29 พฤษภาคม 2556 08:20

    เคยเห็นลายศักยันต์ ของอาจารย์ หนู กัภัย แล้วเพื่อนไปศักมาแพงมาก การงานของเข้าดีมาก มีคนช่วยเหลือดี ไม่รู้มันจะเกี่ยวกันหรือเปล่า แต่สิ่งหึ่งท่ีรู้เข้าปฎิบัติตามกฎอย่าวเคร่งครัดมากในการศักยันต์

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ29 พฤษภาคม 2556 08:28

    สุดท้ายการปฎิบัติตามกฎระเบียบ ในศีล 5 อย่างเคร่งครัดก็จะช่วยได้ในความคิดของผมและอีกอย่างการนั่งสมาธิ เพื่อไม่ให้ประมาทกับการใช้ชีวิต ผมว่าไม่จำเป็นต้องศักก็ได้

    ตอบลบ
  8. การสักยันต์แบบมีของนั้นก็ต้องมีครูอาจารย์ เราก็ต้องเคารพไม่ผิดศีล สิ่งที่จะเข้ามาในชีวิตก็จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ บางคนไท้เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่น๊ะจ๊ะ

    ตอบลบ
  9. ส่วนการสักแบบสวยงามก็ถือเป็นศิลปะที่สวยงามไปอีกแบบ ถ้าคนอยากจะสักก็ควรสักกับคนที่รู้จัก ถ้าสักในพื้นที่ที่เราไม่รู้จักอาจจะติดโรคได้ ควรปรึกษาและดูให้ดีก่อนจะตัดสินใจ

    ตอบลบ
  10. สักยันต์แล้วลองดูด้วยว่าเหนียวรึเปล่าเข้าไหมรึยิงไม่ออกแล้วบอกต่อด้วยว่าสักอาจารย์ไหนจะได้บอกให้ครูและทหารตำรวจภาคใต้ไปสักบ้างจะได้เหนียว

    ตอบลบ
  11. ผมชอบที่จะศึกษานะครับ ว่าพุทธคุณของลายยันต์แต่ล่ะประเภทเป็นแบบไหน เห็นพนักงานของเราก็มียันต์กันเยอะ แล้วพุทธคุณได้ตามลายยันต์ป่าวครับ

    ตอบลบ
  12. พี่จะเตือนน้องๆไว้ว่าพวกที่ไปสักยันต์ไปกระทำความผิดกฎหมายเขาจะจำตำหนิเราได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปสมัครเป็นตำรวจทหารข้าราชการยิ่งเข้มงวดมาก

    ตอบลบ
  13. การสักยันต์ถือว่าเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนตัวและความชอบของคนที่มีความเชื่อเคารพและศรัทธาในรอยสักนั้นๆ การที่เราไปสักมานั้นอาจดูง่ายแต่มันแฝงด้วยความที่เราต้องมี ความอดทน อดกลั้น แสวงหา ความเชื่อ และอีกหลายๆอย่างที่เราต้องการที่จะได้รอยนั้นมา ชึ่งสุดท้ายแล้วรอยสักนั้นก็คือกฏของบังคับและข้อปฎิบัติคล้ายๆกับการรักษาศีล5นั้นเองจุดมุ่งหมายเดี๋ยวกันคือ ต้องการให้เป็นคนดีนั้นเอง และถ้าทำได้พลังและความเมตตาที่มากับรอยสักหรือสรรพคุณของรอยสักนั้นก็จะช่วยป้องกันและค้ำชูเรา

    ตอบลบ
  14. การสักยันต์ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล บางคนสักสวยงาม บางคนสักตามเพื่อน บางคนสักอยู่ยงคงกะพัน แม้เราสักเพื่อการใดก็แล้วแต่ ก็ต้องเป็นคนดีนะครับ..

    ตอบลบ
  15. เป็นความเชื่อส่วนตัว ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่

    ตอบลบ
  16. ผมว่าการสักยันไม่ว่าจะแบบไหนก็ดีคับถ้าเราชอบแต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่ดีซักอย่าง

    ตอบลบ
  17. เป็นความเชื่อส่วนบุคลครับ (ถ้าใครคิดจะสักอย่าลืมคิดถึงความสะอาดของของเครื่องมือด้วยนะครับพี่น้อง)

    ตอบลบ
  18. ถ้าสักยันต์แบบนี้ คงต้องรักษาศีลอย่างเคร่งครัด เพื่อที่ว่าจะได้เข้มขลัง แต่ถ้าสักเพื่อความสวยงาม ก็ไปอีกอย่างเดี๋ยวนี้เห็นพวกฝรั่งชอบมาสักกันมาก แต่ไม่ได้เอาความเข้มขลัง เค้าบอกว่าลวดลายเส้นสายของไทย สวยมาก มันเป็นศิลปะในการสักยนต์

    ตอบลบ
  19. ผมศึกษาเรื่องข้อห้ามแล้วก็อื้อ!!!!บางคนอาจไม่อยากสักเพราะอย่างนี้หรือเปล่าน้อ
    - ข้อห้ามต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด บางข้ออาจขอขมาครูบาอาจารย์ได้หากละเมิด แต่ข้อหนักละเมิดแล้ว ฉิ บ หาย ลูกเดียว!

    ข้อเบาๆ = ห้ามกินน้ำเต้า ฟัก มะเฟือง, ห้ามลอดสะพานหัวเดียว ราวผ้า ไม้ค้ำกล้วย, ห้ามถ่มน้ำลายในถังขยะและโถส้วม, ห้ามกินของเหลือ ของเซ่น, ห้ามกินของในงานศพ, ห้ามใช้แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น, ห้ามด่าพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์, ห้ามพูดคำหยาบ

    ข้อหนัก = ห้ามฆ่าคน, ห้ามโลภเอาของคนอื่น, ห้ามลักขโมย, ห้ามผิดลูก-ผัว-เมียคนอื่น (ห้ามผิดศีลข้อ 3)

    โดยเฉพาะศีลข้อ 3 สำคัญมาก หลายคนมักจะเข้าใจผิด หลายคนเอาของเสน่ห์ไปเพื่อไปเจ้าชู้ไก่แจ้ ไม่ได้นะครับ!!! เที่ยวซ่องโสเภณีก็ไม่ได้ แม้เป็นแฟนกันก็ห้ามมีอะไรกันเด็ดขาด ตราบใดที่พ่อแม่อีกฝ่ายไม่รู้และไม่อนุญาติ

    ตอบลบ
  20. การสัก เป็นความชอบส่วนบุคคล โดยส่วนตัวชอบ
    เพราะลายเส้นสวยงามมีความละเอียดและมีเอกลักษณ์

    ตอบลบ
  21. รู้สึกว่าบางอาจารย์จะห้ามกินพวกไม้เลื้อย ห้ามกินข้าวงานศพ ห้ามลอดใต้ถุงบ้าน ห้ามผู้หญิงขึ้นข้างบน ด้วยใช่ไหมครับ

    ตอบลบ
  22. แนวปฏิบัติเมื่อสักของดีจากอาจารย์ไปแล้วเพื่อให้เกิดความขลังสืบไป
    1.ไม่ให้ประมาทอยู่ในความมีสติ
    2.ไม่ลบหลู่ศีลธรรม พ่อแม่ครูอาจารย์
    3.ไม่กระทำความชั่วให้รักษาศีล
    4.ไม่ด่าบุพการีของตนเองและผู้อื่น

    สำคัญมาก ใครที่คิดอยากจะสักยันต์จะต้องปฏิบัติให้ได้

    ตอบลบ
  23. ผมเห็นด้วยครับกับการที่เราจะทำอะไรให้เกิดผลเราควรที่จะอยู่ในศิลในธรรมตั้งมั่นในความดีแค่นี้การที่เราจะคิดจะทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จแล้วครับ

    ตอบลบ
  24. จะสักยันต์อะไรก็ตามแต่ อย่าลืมยันต์กันท้อกันบ้างนะครับ

    ตอบลบ
  25. อยากจะสักหนุมานแต่กลัวเจ็บครับ

    ตอบลบ
  26. การสักถือว่าเป็นสิ่งที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่ง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคับพี่น้อง

    ตอบลบ
  27. สมัยก่อนที่ไปรบแล้วหนังเหนียวจริงๆมีเยอะนะครับสักก็มี บูชาพุทธคุณแล้วช่วยได้ก็มี
    ผมว่าต้องดูก่อนว่าสักเพื่อจุดประสงค์อะไร? สักเพราะกลัวตาย มันเป็นการยึดติดในสังขาร
    ศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้สักยันต์ครับ ถ้าสักเพราะรักตัวกลัวตายนี่ ไม่มีสอนแน่นอน ไม่แนะนำด้วยแต่การสักจะให้ได้ผลต้องมีศีลบริสุทธิ์ครับ ถ้าสักเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจในการรักษาศีลก็ยังโอเคนะ

    ตอบลบ
  28. ผมคิดว่าการสักยันต์เป็นข้อตกลงระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ว่าลูกศิษย์จะต้องประพฤติตนอยู่ในความดี ถ้าจะทำในสิ่งไม่ดี รอยสักจะเป็นสิ่งเตือนสติว่าได้รับปากกับอาจารย์ไว้ ส่วนเรื่องเหนียวไม่เหนี่ยวคิดว่าเป็นอุปมาอุปไมยมากกว่าเพราะว่าถ้าทำไม่ดีเดี๋ยวสิ่งที่สักไว้จะเสื่อมจึงทำให้ไม่กล้าทำความไม่ดี แต่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

    ตอบลบ
  29. "นานาจิตตัง" จริงครับเรื่องเเบบนี้ โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับชมครับ

    ตอบลบ
  30. กาลเวลาเปลี่ยนตอนนี้การสักยันต์กลายเป็นเเฟชั่นไปเเล้ว

    ตอบลบ
  31. การสักยันต์ต้องประพฤติตนให้ดีรักษาศิลก็จะดีมากๆ

    ตอบลบ
  32. การสักยันต์เป็นความเชื่อส่วนบุคล ผมก็เคยสักยันต์เหมือนกันตอนสมัยเรียนไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือตามเพื่อนกันแน่เห็นเพื่อนสักเราก็ต้องสัก

    ตอบลบ