วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

การทำงานเป็นทีม: มุมที่มองข้ามไป (Synergy : Difference Aspect)



By พี่แมว

การบริหารไสตล์ญี่ปุ่นที่เน้นการทำงานเป็นทีม เป็นที่ยอมรับว่าเป็นแนวทางการบริหารคน ที่ได้ผลมากกว่าสไตล์ การทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Individualism) ของประเทศทางตะวันตกหลายประเทศ พูดง่าย ๆ ก็คือฝรั่งเองก็ต้องยอมรับว่า “การทำงานเป็นทีม” นั้นเพิ่มผลิตภาพ (productivity) และเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน การทำงานเป็นทีมทำให้เกิด “การประสานพลัง” (Synergy) ซึ่งทำให้ 1 + 1 ได้มากกว่า 2 !!!!

หลายท่านตระหนักดีถึงภาระหน้าที่ในการเป็นผู้นำทีม ภาระหน้าที่ในการสร้างทีมงาน เป็นการมองจากข้างบนลงข้างล่าง ซึ่งบางท่านทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี บริหารลูกน้องให้ทำงานได้ตามเป้าหมาย ลูกน้องรัก ให้ความเคารพนับถือ มีศรัทธา แต่ผู้บริหารท่านเดิมนั้นเอง กลับมีปัญหากับ “ผู้นำทีม” ของตนเอง
“มุมที่มองข้ามไป” ในเรื่องการทำงานเป็นทีมก็คือ การทำงานเป็นทีมกับผู้นำทีมของตัวเราเอง ซึ่งไม่เป็นประเด็นที่นำมาถกเถียงคุยกันมากเท่าที่ควรจะเป็น
ผู้บริหารที่มีความรู้ ประสบการณ์ดี บริหารทั้งงานผลิต งานขาย-การตลาด การเงิน ฯลฯ ลูกน้องรัก ลูกค้าพอใจ แต่ “ผู้นำทีม” หรือผู้บังคับบัญชา กลับไม่นิยมยกย่องก็มี!!! หลายครั้งหลายคราที่องค์กรต้องเสียมือดี ๆ ไป เสียโอกาสทางธุรกิจไป เพราะประเด็นเรื่องการทำงานเป็นทีมระหว่างลูกทีมกับผู้นำทีม ที่คล้ายกับเกิดศรศิลป์ไม่กินกัน นอกจากมองตาไม่รู้ใจแล้ว ยังรู้สึกขัดหูขัดตาอีกด้วย….
ปัญหาอยู่ที่ไหน?-หลายท่านอาจจะถาม
บางท่านอาจจะบอกว่าก็คนมันดวงไม่สมพงศ์กัน ลูกน้องบางคนว่า “นาย” เล่นพวก เราเลยไม่รุ่ง ลูกพี่บางคนว่า “ลูกน้อง” ซื่อบื้อ หรือ บางคนสรุปว่าเป็นเพราะขาดคาถามหาจำเริญ คาถาที่ว่านี้มีเพียง 4 วลี “ใช่ครับพี่” “ดีครับท่าน” “ทันครับผม” และ “เหมาะสมครับเจ้านาย"
ถ้าผู้อ่านเห็นด้วยกับคาถาที่ว่านี้ ก็ไม่ต้องอ่านบทความนี้อีกต่อไป - เพราะจะไม่ได้ประโยชน์อะไร”

หัวใจในการทำงานเป็นทีมนั้นมีอยู่ 4 ข้อ
ข้อแรกคือต้องมี “เป้าหมาย” เดียวกัน
ข้อ 2 คือ “บทบาท” อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ของทั้ง “ผู้นำทีม” และ “ผู้ตาม” เข้าใจตรงกันมีความชัดเจน ไม่คลุมเครือ
ข้อ 3 คือ มีระบบการให้รางวัลค่าตอบแทนที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
ข้อสุดท้าย คือต้องมี “ทักษะ” ที่จำเป็นในการทำงานเป็นทีม เช่นการบริหารความขัดแย้ง ความสามารถในการติดต่อสื่อสารให้ถูกช่องทาง ฯลฯ

ดังนั้นหากผู้นำและลูกทีมมีเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน(โดยไม่ต้องตั้งใจ) มีวิธีการทำงานที่ต่างกัน ไม่สนใจหรือมองข้าม “สไตล์” การทำงานของซึ่งกันและกัน การเล่นบทบาทอย่างที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเป็น โดยไม่ทันเหลียวมองสัญญาณจาก “ผู้กำกับการแสดง” ว่าต้องการให้ “เล่น” อย่างไร ปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่นอน หน้าที่ของลูกทีม ที่อาจเป็นผู้บริหารด้วยหรือไม่ก็ได้นั้น มีหน้าที่ นั่นคือ การพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมกับ “ผู้บังคับบัญชา” ของตนเองด้วย หน้าที่ของท่านไม่เพียงแต่สร้างทีมงานกับลูกน้องเท่านั้น แต่กับ “นาย” ของเราด้วย การบริหารนั้นมีทั้งแบบบน-ลง-ล่าง (Downward management) ที่เราต้องเป็นผู้นำทีม บริหารลูกทีมสู่เป้าหมาย และแบบล่าง-ขึ้น-บน (Upward management) ที่จะต้องทำให้ลูกพี่และตัวเราเองเกื้อกูลกัน ทำงาน ”เข้าขา” กันอย่างดี เพื่อสร้างผลงานให้ตัวเราเอง ซึ่งก็จะเป็นผลงานของ “นาย” ของเรา ผลงานของทีมงานและเป็นผลงานต่อองค์กรในที่สุด

19 ความคิดเห็น:

  1. ทำงานหลายคนมันต้องได้งานที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพราะทุกคนมีความร่มมือกันและช่วยเหลือกัน ใช่ไหมครับพี่ เหอๆ

    ตอบลบ
  2. ผลงานดี ทีมดี ต้องหนุ่มไฟแรง 5555 ฮิ๊วๆๆ

    ตอบลบ
  3. ไม่ว่าใครจะอยู่ทีมใหนแต่เรามาอยู่ที่ตรงนี้องค์กรนี้
    เราเป็นทีมเดียวกันใช่มั้ยพี่น้อง(Mega plant Mega team)

    ตอบลบ
  4. ทำงานแบบทีม เข้าขากันดี งานก็ออกมาดี แต่บางครั้งอาจโดนขัดขากันเอง
    เฉพาะบางเรื่อง.... 555 (:

    ตอบลบ
  5. ผลงานของทุกๆคนก็เหมือนกับผลงานต่อองค์กร ยิ่งทำผลงานออกมาดีแค่ไหนองค์กรก็ดูดีตามๆกันปายยย...ใช่มั้ยครับเจ้านายยย

    ตอบลบ
  6. สามัคคีสมัครสมานในการกิจ อย่าให้ผิดใจกันงานสั่นไหว
    ต้องรู้จักตัวเองมีเกรงใจ ทำงานไปให้ดีเด่นเป็นมงคล

    ตอบลบ
  7. นี่คือวัฒนธรรมที่ดีสำหรับการทำงานเป็นการรวมสิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละคนมาเสริมสร้างกันเพื่อผลิตผลงานชิ้นเดียวกันให้ดีที่สุด...ตัวใครตัวมัน...วันแมนโชว์...ข้ามาคนเดียว...ฉายเดี่ยวพันลี้แบบนี้อย่าทำ

    ตอบลบ
  8. ทุกคนเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญของการทำงาน ที่ย่อมไม่สามารถขาดคนใดคนหนึ่งไปได้ วัฒนธรรมองค์กรก็เช่นเดียวกัน เปรียบเสมอน้ำมันหล่อลื่น ที่ช้วยให้พวกเราทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างคล่องตัว และไม่เกิดการเสียดทาน อย่าลืม Home ของพวกเรา

    อีกอย่างที่สำคัญเราคนไทยรู้กัน Seniority ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่มีอยู่ประจำใจ รู้จักเกรงใจ ไม่ใช่เกรงกลัว ถามได้ถ้าสงสัย แย้งได้ถ้าความเห็นไม่ตรงกัน ไม่มีใครรู้ทุกอย่าง ใช้เหตุผลคุยกัน พอใจในสิ่งที่มี... สาธุ

    ตอบลบ
  9. ท่านอ๋อง3 พฤษภาคม 2554 23:49

    ....ความสามัคคี คำนี้ ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ได้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อยู่กันแบบพี่น้อง เป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ บุคลากรมีความรู้ความสามารถ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เมื่อจิตใจพร้อม และ มีความรู้สึกเป็นสุขที่ได้ ทำงานร่วมกัน นี่แหละครับ คือ ทีม ทีมที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรณ์ของเราให้ไปข้างหน้าไปสู่ความสำเร็จ

    ตอบลบ
  10. ความสามัคคีคือพลังสร้างสรรค์ผลงาน.รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลซึ้งกันและกันและนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จด้วยมือของเราทุกคน

    ตอบลบ
  11. ตอนนี่การทำงานของเราคล้อยคลึงกับการต้องจิกซอ เมื่อทุกคนมีความสำคัญกับคนกรณืเราทุกคนถ้ามีการขาดใครไปก็เหมือนรูปๆนั้นก็ไม่เป็นที่สมบูรณ์ แต่การต่อจิกซอผมเห็นขอดีของมันก็คือการได้เห็นแบบอย่างที่ดี แบบอย่างที่ถูกต้อง เป็นแบบอย่างที่จะประติดประต่ะให้การทำงานของเราเสร็จสมบูรณ์ ปลอดภัย ก้าวไกลไปกับ โซเวย์

    ตอบลบ
  12. เห็นด้วยกับพึแมวที่สุดความสมัครคี คือ พลัง ส่วนน้ำแป็บซี่กับอาหารที่ลูกพี่เปิลมอบให้นั้นคือกำลังใจให้พวกเรา

    ตอบลบ
  13. ไหมไทย ใจตะวัน14 พฤษภาคม 2554 09:24

    ความสำคัญของการทำงานเป็นทีม...ผมคิดว่าอยู่ที่ใจที่ให้ต่อเพื่อนร่วมทีมโดยไม่รีรอที่จะช่วยกันเพื่อให้ถึงเป้าหมายของงานนั้นๆ....แต่ถ้าต่างคนต่างทำงานความสำเร็จคงเกิดขึ้นได้ยากครับ.......สำคัญอยากมากครับใจดวงน้อยๆๆของเราเท่านั้นที่จะตอบโจทย์ของการทำงานเป็นทีมครับ....

    ตอบลบ
  14. ความสุขฃองการทำงานเริ่มด้วยรอยยิ้ม เติบโตด้วยการเข้าใจ และจบลงด้วยความสำเร็จ ความสุขและความรู้สึกที่ดีนั้นหายาก....แต่ที่ solvay มีมากมาย555

    ตอบลบ
  15. ไม่มีใครหรอกที่สามารถยืนได้ด้วยตัวคนเดียว บนโลกใบใหญ่ใบนี้ ทุกคนต้องการเพื่อน เพื่อที่จะคอยเกื้อหนุนกันในทุก ๆ เรื่อง และบางที่สิ่งที่เราต้องทำ มันอาจจะยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับที่จะทำคนเดียว การทำอะไรเป็นทีมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะอย่างที่บอก ไม่ีใครหรอกที่สามารถทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว

    ตอบลบ
  16. การทำงานทุกคนต้องลด ทิตถิต่อกัน ให้เกียรติกัน ช่วยเหลือกัน การทำงานก็จะทำให้เราไม่เหนื่อย และงานก็จะลุล่วงไปได้ด้วยดีนะคร๊าบบบบ...

    ตอบลบ
  17. แบงค์บ้านฉาง31 กรกฎาคม 2554 15:57

    การทำงานกับคนหมู่มากย่อมมีการขัดแย่งกันเป็นเรื่องธรรมดา
    ไม่ว่าจาเป็นลูกน้องกับหัวหน้าหรือหรือหัวหน้ากับผู้บริหารประมาณนั้น
    แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องหันหน้ามาคุยกับเพื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกัน
    เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง ขอบคุนคับ

    ตอบลบ
  18. มิตรเฮดเดอไฮเปอร์เรดซิ่ง7 สิงหาคม 2554 00:18

    การทำงานเป็นทีมสร้างให้เกิดผลงานที่ดีเพราะเกิดจากหลายมุมมองทำให้ความผิดผลาดลดน้อยลงแต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความเข้าใจและยอมรับความเห็นคนอื่น ด้วยครับ ทีมงานหนุ่มไฟแดงๆๆอีตทีมงานคุณภาพครับพี่น้องครับ

    ตอบลบ
  19. รวย รุม เร้า รื้อ รัง

    ตอบลบ