วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปวดหลัง ปัญหาใหญ่ของวัยทำงาน

By โก๋



อาการปวดหลังเคยมาเยื่อนคุณบ้างไหม ถ้าไม่เคย คุณเป็นคนหนึ่งที่โชคดีมากๆ เพราะจากตัวเลขผู้เข้าใช้บริการโรงพยาบาลจากสำนักงานกองทุนเงินทดแทนพบว่ากลุ่มคนทำงานเป็นกลุ่มที่ปวดหลังบ่อยจำนวนพอๆ กับผุ้สูงอายุเลยทีเดียว

อาการปวดหลังนั้นมีหลายสาเหตุ แต่หากสงสัยว่า อาการปวดหลังที่ประสบอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับการทำงานแล้วล่ะก็ ลองพิจารณาดูปัจจัยต่อไปนี้

• ปวดหลัง หลังจากการทำงานที่ต้องนั่งนาน หรือมีท่าการทำงานท่าเดียวนานๆ มีการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง เช่น บิดเอี้ยวตัวอย่างแรง และเร็ว จนอาจทำให้กระดุกสันหลัง แอ่น โค้งหรือบิดงอได้ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลัง

• มีอารมณ์เครียดจากการทำงาน เป็นระยะเวลานาๆ เรื่องของอารมณ์นี้ คุณคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับอาการปวดหลัง แต่กายและจิตใจเชื่มต่อกัน ความเครียดของคุณส่งผลต่อการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ และทำให้เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน

• อาการปวดหลัง เกิดหลังจากยกของหนัก หรือขนย้ายสิ่งของด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น ก้มตัวลงมาหยิบของ แล้วยืดขึ้นทันที หรือเอี้ยวตัวรับของ รวมทั้งกรณีที่ต้องแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไปเป็นเวลานานๆ

• ลักษณะการทำงาน ต้องคุกเข่า คลาน ปีน หรือขึ้นลงบันไดเป็นเวลานานๆ หรือเป็นประจำ เอื้อต่อการปวดหลังมากขึ้น

• ปวดหลังเพราะร่างกายขากความยืทดหยุ่น ขาดการออกกำลังกายนานๆ จนกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ส่งผลไม้เมื่ออยู่ในท่าใดนานๆ จะเกิดอาการปวดหลังได้ง่าย

เมื่อสงสัยว่าอาการปวดหลังที่พบเห็นนั้น อาจจะมาจากการทำงาน เพราะลักษระงานเอื้อต่อการปวดหลังอย่างมาก บางคนต้องนั้งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกว่าวันละ 8 ชั่วโมง อยุ่ทำโอทีอีก 3 -4 ชั่วโมงหลังเลิอกงาน หรือเข้าสู้ช่วงงานเร่ง ต้องทำงานล่วงเวลา และการทำงานสมัยนี้หลายคนก้ต้องอาสัยอินเตอร์เน็ตเพื่อการติดต่อสื่อสาร หรือหาข้อมูล ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนั่งเป็นเวลานานๆ

อาการปวดหลังที่เกิดจากการนั่งทำงานนานๆ นั้น ส่วนมากมักมาจากการปวดกล้ามเนื้อ เนื่องจากล้ามเนื้อต้องเกร็งตัว โดยฌฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณหลังต้องใช้พลังงานที่สพสมเอาไว้ไปกับการเคลื่อนไหวเมื่อพลังงานสะสม ก้เริ่มออกอาการ คือ เมื่อยล้า ถ้าเริ่มรู้สึกปวแหมื่อย ลองเปลี่ยนท่า แปลี่ยนอิริยาบถพักผ่อนบ้าง เอนหลังพิงพนักแล้วหลับตา หรือลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังเล็กๆ น้อยๆ พอให้เปลี่ยนท่าทางบ้าง กล้ามเนื้อก็จะสดชื่นขึ้นมา

แต่ส่วนใหญ่แล้ว ปัยหาคือทำงานเพลิน ทำงานไปเรื่อยจนลืมอาการปวดหลัง จึงไม่ได้ลุกออกมาเปลี่ยนท่าทาง นั่นหมายความว่ากล้ามเนื้อเราก็ต้องทำงานต่อเนื่องยาวนานเช่นกัน ความผิดปกติ จึงเพิ่มจากเมื่อยล้าล้าเป็นปวดหลัง อาจมีอาการแข็งร่วมด้วย เพราะกล้ามเนื้อเกร็งตัว จนขาดเลือดไปเลี้ยงมีกรดแลคติดสะสมในกล้ามเนื้ออันเกิดจากความเนื่อยล้า อาการนี้สะสมยาวนาน จะกลายเป้นปัยหาต่อการทำงานได้ เพราะกล้ามเนื้อจะเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพเรื่อยๆ

ดังนั้น เมื่อเริ่มมีอาการปวดหลัง อย่านิ่งนอนใจ แล้วปล่อยให้ร่างกายต้องทนรับสภาพกล้ามเนื้ออ่อนล้า เพราะเพียงแค่คุณสละเวลาแก้ปัยหาปวดหลังตั้งแต่ยังไม่เริ่มอาการหนักก้จะช่วยได้เยอะโดย

1. เปลี่ยนท่าทาง : กฏเหล็กของการทำงานคือ ไม่ควรทำงานด้วยท่าหนึ่งท่าใดนานๆ ต้องเปลี่ยนท่าอยู่เรื่อยๆ หรือปล่อยเอนหลังให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนบ้าง

2. ออกกำลังกายท่าง่ายๆ : ถ้าเมื่อย เหนื่อยล้า ลองลุกมายกแขน ขา เหมือนท่ากายบริหารสมัยเด็กๆ เช่น ท่าหมุนคอ ท่าก้มแตะ หรือท่าเขย่งปลายเท้า สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ทั้งนั้น โดยแต่ละท่าควรทำค้างไว้สัก 5 วินาที

3. คลายปวดด้วยการประคบรอ้น : หากอาการปวดหลังเพิ่มมากขึ้นสามารถใช้การประคบร้นช่วยได้โดยหาซื้อ Cold/Hot pack ติดไว้ที่ทำงาน เมื่อเริ่มอาการปวดหลัง ให้นำแผ่นเจลแช่น้ำร้อนแล้วนำมาประคบบริเวณที่ปวด สัก 10 – 20 นาที วิธีนี้ใช้ได้ดีทั้งปวดหลัง ปวดไหล่ และถ้าวันไหนปวดหัว มีไข้ก็ยังนำไปแช่ตู้เย็น ทำเป้นแผ่นประคบเย็นได้

4. หมอนสารพัดประโยชน์ : ในที่ทำงานถ้าสามารถหาหมอนอิงสักใบ มาไว้แก้เมื่อยจะช่วยได้มากหวกปวดหลังให้นำหมอนมารองบริเวณที่มีอาการปวด รองแถวๆ บั้นเอว จะช่วยได้ หรือหากเก้าอี้เตี้ยเกินไป ทำให้ต้องโน้มตัวไปทำงาน ก็ให้เปลี่ยนหมอนมารองนั่ง เพิ่มความสูงขึ้นมาให้พอดี

นอกจากวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น ป้องกันกันอาการปวดหลังแล้ว ต้องลองพิจารณาอุปกรณ์ที่เราทำงานด้วย เช่น ขนาดของโต๊ะ และเก้าอี้เหมาะกับสรีระของเราหรือไม่ ความสูงของเก้าอี้และโต๊ะ ควรได้ระดับที่แขนวางเป็นมุมฉากกับลำตัวพอดี ปรับคอมพิวเตอร์ให้จออยู่ในระดับสายตัว ส่วนแป้นคีย์บอรืดควรอยู่ในระดับข้อศอกจะได้ไม่ต้องยกแขนขึ้นมาพิมพ์ ส่วนเมาส์ ถ้าใช้แบบไร้สายได้ ก้จะเคลื่อนไหวได้อิสระขึ้น เมื่อปรับท่าทางอย่างดีแล้ว ก็ทำงานได้เต็มที่แต่ไม่ควรเกิน 1 ซม. ต้องลุกไปเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง

ชีวิตทำงาน กินเวลาไปกว่าครึ่งของชีวิตเรา ถ้าหากทำงานแล้วส่งผลให้เจ็บป่วย เมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว นอกจากงานไม่ดีแล้ว รายได้จากการทำงาน ยังต้องเตรียมไว้ให้กับค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

รักจะเป็นคนทำงานที่ฉลาด อนาคตไกล ต้องใส่ใจสุขภาพตัวเองเท่าๆ กับงาน

ที่มา : นิตสาร ใกล้หมอ

ตอนนี้มีเรื่องที่รอลงอยู่เยอะพอสมควรเลยครับผม มีหลายๆคนมาถามว่าเมื่อไหร่จะลงต้องขอบอกว่าอดใจรอกันนิดนึงนะครับ

นิคพยายามเกลี่ยๆเรื่องไม่ให้อารมณ์มันซ้ำๆ เปลี่ยน แนวทุกๆอาทิตย์ จะได้หลากหลายครับ สำหรับเรื่องที่รอลงอยู่ดูจากรูปด้านล่างได้เลยที่สีเขียวๆคือรอลงครับ


38 ความคิดเห็น:

  1. ท่านอ๋อง21 กรกฎาคม 2556 02:02

    ...ตอนนี้เป็นๆหายๆ ปวดมากเลยบางครั้ง เดี๋ยวนี้ต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อตลอดเลย พยายามไม้ก้ม หรือ งอหลังมากครับ ช่วยได้เยอะเลย

    ตอบลบ
  2. การไม่ออกกำลังจะทำให้กล้ามเนื้อไม่มีกำลังที่จะทำให้หลังอยู่ในท่าที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการดึงรั้งกล้ามเนื้อข้างหนึ่งจึงเกิดอาการปวดหลัง อาการปวดอาจจะปวดมากจนกระทั่งไม่สามารถยืนหรือก้ม นอกจากนั้นการเคลื่อนไหวที่ผิดวิธีก็เป็นสาเหตุสำคัญของโรคปวดหลัง

    ตอบลบ
  3. .....อาการของผมคือมันไม่ปวดอะคับแต่มันเจ็บจี๊ดๆเวลาก้มหรือเงยเป็นๆหายๆ เพราะเคยบ้าพลังครับยกของหนักๆ ยกผิดท่า ไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ตอนสมัยเด็กๆอะคับ เลยมีอาการเรื่อยมา พอโตก้อเลยลองให้หมอจับเส้นหมอบอกว่าเส้นตึงมาก หลังจากนั้นก้อหายมาพักใหญ่ๆละคับแต่หมอบอกว่าให้ไปซ้ำบ่อยๆ (นวดอะคับ) ณ.ตอนนี้ก้อยังไม่ได้ไปซ้ำอีกเลยแต่ตอนก้อยังไม่มีอาการเจ็บแต่อย่างใดครับ..ขอบคุณครับได้ความรู้มากครับ....น้องใหม่..ณ.บ้านฉาง

    ตอบลบ
  4. อาการของการปวดหลังแก้ไขได้ง่ายๆ คือ ก่อนนอนและหลังตื่นนอน เราต้อง ยืดเส้นยืดสายทุกวัน แล้วเดี๋ยวอาการปวดหลังก็จะหายเอง คนส่วนใหญ่ คิดว่า เราก็ทำงานเหนื่อยแล้ว ไม่ต้องออกกำลังกายก็ได้ แต่ที่จริงแล้ว เราไม่เคยบริหารกล้ามเนื้อหลังเลย จึงทำให้เกิดอาการปวดหลัง ลองทำดูครับ ผมทำกายภาพมาก็ไม่ดีขึ้น จนกระทั่งมาทำทุกวันจนหายไปเองเอง และไม่มีอาการนี้อีกเลย ลองดูครับ

    ตอบลบ
  5. อาการปวดหลังเคยเป็นอยู่ช่วงหนึ่ง ตอนนั้นเล่นบอลเเล้วเอี้ยวต้วกระทันหัน จะเจ็บเเปล๊บๆที่หล้งตลอด ต้องกินยาเเก้กล้ามเนื้ออักเสบอยู่พักหนึ่ง อาการเจ็บหลังเนื่องจากการทำงานสำคัญมากมักเกิดขึ้นบ่อยกับคนทำงานโดยเฉพาะกับคนที่ทำการยกของหนักบ่อยๆ เราต้องระวัง

    ตอบลบ
  6. ผมปวดมาหลายปีก่อนที่จะเข้ามาทำงานแก้ไขง่ายๆโดยนอนราบกับพื้นเอาขายกขึ้แนบกับกำแพงให้เป็นแนวมุมฉากหรือรูปตัว L ทำค้างประมาณ 2-3 นาทีช่วยได้มากนะครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลืมไปจะให้ดีและหายปวดต้องให้คนข้างๆบนที่นอนนวดให้ หายเป็นปริทิ้งเลย อิๆ

      ลบ
  7. เจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ทุกคนเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นอย่านิ่งเฉย รีบไปหาหมอ ไปยังดีกว่าไม่ไป เป็นขึ้นมาจะแก้ปัญญาได้ยาก เช่นนิยามว่า จะมีใครรักเรามากกว่าถ้าเรารักตัวเอง

    ตอบลบ
  8. อ่านแล้วผมจะลองทำดู คับพี่น้อง(ไม่หายต้องจะไปพบแพทย์/หมอนวด)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไปเมื่อไหร่บอกด้วยนะ ไม่เคยไปเลย อยากลองไปนวดดูเหมือนกัน

      ลบ

  9. ใครที่กำลังเผชิญกับอาการปวดหลัง ไม่ว่าจากสาเหตุใด ๆ ก็ตามย่อมต้องรู้ซึ้งถึงความทรมาน และความรำคาญเป็นอย่างดี ฉะนั้นแล้วอย่าปล่อยปละละเลยโดยเด็ดขาดครับ เพราะอาการปวดจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในที่สุด...วันนี้เราขอนำเสนอวิธีป้องกันและบำบัด อาการปวดหลังเบื้องต้นมาฝากครับ

    1 ท่ากายบริหาร โดยทำการนอนราบกับพื้น เหยียดแขนออกทั้งสองข้าง ให้ทั้งแผ่นหลังและท่อนแขนราบไปกับพื้น แล้วยกขาขวาไขว้ข้ามมาซ้าย เหยียดให้ตึงและไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ นับ 1 ถึง 10 แล้ว สลับทำเช่นเดียวกันด้วยขาซ้ายข้ามขาขวา สลับเหยียดๆ แบบนี้ข้างละ 5 ครั้ง เมื่อจบลงที่นอนราบกับพื้น ให้งอเข่าขวาขึ้นมา ใช้มือทั้งสองข้างเหนี่ยวดึงหัวเข่าให้งอพับเข้าใกล้หน้าอกที่สุด ผ่อนลมหายใจเข้าออก นับ 1 ถึง 5 แล้วปล่อยขาเหยียดตรง ทำซ้ำเช่นเดียวกันกับขาซ้าย ข้างละ 10 ครั้ง จะรู้สึกเบาสบายตัว ลดอาการปวดหลังได้เยอะทีเดียว

    2 ท่านอนและที่นอน ควรเลือกใช้ที่นอนที่รอง รับน้ำหนักตัวได้ราบเรียบเสมอกัน ไม่นุ่มจนเป็นหลุมหรือแข็งเป็นไม้กระดาน ท่านอนที่ดีที่สุดคือนอนหงาย หรือนอนตะแคงแล้วงอหัวเข่า และหลังเหยียดตรงเป็นเส้นขนานไม่งองุ้ม อีกทั้งหมอนก็ต้องไม่สูงเกินไป ควรเป็นระดับพอดีกับคอและไหล่ เพื่อให้ร่างกายอยู่ในท่าที่สบาย และผ่อนคลาย

    3 กีฬาต้องห้าม กีฬาที่คนที่มีอาการปวด หลังไม่ควรเล่น คือ โบว์ลิ่ง เทนนิส กอล์ฟ และยกน้ำหนัก ลองหันมาเล่น กีฬาว่ายน้ำ ขี่จักรยาน พายเรือ หรือเดิน ดีกว่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้

    4 หลีกเลี่ยงการยกของหนัก แต่หากไม่มี ทางเลี่ยงได้จริง ๆ ก็ควรยกด้วยท่าที่ถูกต้อง โดยการงอเข่าหยิบของแล้วยืดตัวยืนขึ้น ห้ามยกของด้วยการก้มหลังอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้โครงสร้างของร่างกายเสียได้ในที่สุด

    5 นวดเท้า การนวดเท้าเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังและขาที่รื่นรมย์ที่สุด ฉะนั้นลองหาเวลานวดกดจุดฝ่าเท้า Reflexology อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ก็คงไม่เลวค่ะ

    6 เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โปรตีนสูง เลือกรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น และรับประทานวิตามินและอาหารเสริมด้วย เช่นพวก a multi - mineral supplement ที่มี วิตามิน A, B complex, C, D และ E

    ตอบลบ
  10. ตอนนี้ผมก็ยังปวดหลังจากไปพบแพทย์มาโดยคำแนะนำ คือต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการยกออกต้องถูกวิธีด้วยสำคัญมากๆครับ และตอนนี้ผมเริ่มจะออกกำลังพร้อมควบคุมอาหารด้วย

    ตอบลบ
  11. ยาแก้โรคปวดหลังปวดเอว
    ขนานที่๑ท่านให้เอาต้นบัวบกกับชะเอมตัวยาทั้ง๒อย่างนี้เอาอย่างพอสมควรนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งแท้ใช้รับประทานครั้งละ๑ถ้วยชาเวลาเช้า-เย็นวันละ๒เวลามีสรรพคุณแก้โรคปวดหลังปวดเอวให้หายเป็นปลิดทิ้งแลฯ

    ตอบลบ
  12. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  13. มีอาการปวดหลังเหมือนกันเพราะวิ่งบนลู่วิ่งแล้วเกิดอาการปวดหลัง รักษาอย่างไรก็ไม่หายขาดเลยเปลี่ยมมาขี่จักรยานอาการปวดหลังก็ไม่เคยมารบกวนอีกเลย แต่2-3 วันที่ผ่านมากลับไปวิ่งอีกอาการปวดหลังก็กลับมาอีก สงสัยต้องหยุดวิ่งแล้วเปลี่ยนมาเดินแทนแล้วครับ

    ตอบลบ
  14. ช่วงนี้สงสัยจะปวดหลังบ่อย..เห็นไปหาหมอนวด...เป็นประจำ!

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ27 กรกฎาคม 2556 21:07

    ถ้ามีอาการปวดหลังแล้วไปหาหมอนวด จะปวดเอวได้นะ

    ตอบลบ
  16. พี่ลองออกกำลังกายตามข้อความแล้วดีขึ้นนะโก๋ เป็นข้อความที่มีประโยชน์มากคับ

    ตอบลบ
  17. ไม่ควรนั่งทำงานเป็นเวลานานๆควรเดินบ้างจะช่วยลดอาการปวดหลังเวลานอนก็ควรนอนหมอนสูงจะชว่ยได้ครับ

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ30 กรกฎาคม 2556 21:48

    ควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเป็นการวอมกล้ามเนื้อทุกวัน เพื่อให้พร้อมกับการทำงานเสมอ

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ30 กรกฎาคม 2556 21:51

    ไม่ควรนั่งทำงานเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายปวดเมื่อยได้ ควรลุกหรือเดินบาง

    ตอบลบ
  20. บรรดาพวกพี่ๆวัยชราทั้งหลายแหล่ อย่ายกของหนักๆตามน้องๆเขาควรใช้เครื่องผ่อนแรงเป็นที่ตั้งควรยกของให้สมกับวัยชราสำหรับเรานะจ๊ะจะบอกให้

    ตอบลบ
  21. ผมใช้วิธีการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำๆ หยุด3วันผมจะออกกำลังวันล่ะ 2 ชั่วโมงตั้งแต่เริ่มออกกำลังกายจริงจังมาเกือบปี รู้สึกได้เลยว่าเวลาทำงานจะไม่ค่อยมีเรื่องปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท่าไรครับ แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำครับ น่าจะลดได้ครับ

    ตอบลบ
  22. การทำงานผิดท่าทางทำให้ปวดหลังได้ เคยนอนปวดหลังจนลุกไม่ไหวตอนนี้ก็ยังปวดบ้าง เพราะฉนั้นก่อนยกของควรพิจรณาท่าทางก่อนว่าจะยกลักษณะไหนเพื่อช่วยป้องกันอาการการปวดหลังในระยะยาว

    ตอบลบ
  23. ผมใช้วิธีนวดแผนโบราณนวดแก้อาการ ก็ช่วยได้เยอะ ลองดูครับ (ไม่ใช่แผนปัจจุบันน่ะคับ)

    ตอบลบ
  24. ปวดหลังในวัยทำงานเป็นเรื่องธรรมดาเพราะเราใช้ร่างกายในวันหยุดเราก็ต้องไปผ่อนคลายหน่อย เช่นไปนวด เป็นต้น

    ตอบลบ
  25. ปัญหาการปวดหลังเกิดจากหลายสาเหตุแต่ส่วนมากจะเกิดจากการทำงานของคนวัยทำงานดังนั้นต้องออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายอยู่ตลอด

    ตอบลบ
  26. รู้แบบนี้แล้ว ถึงเวลาที่เราควรจะป้องกัน อาการปวดหลัง อย่างจริงๆ จัง กันได้แล้วล่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆคนค่ะ

    ตอบลบ
  27. ขึ้นอยู่กับวิธี เเละลักษณะการใช้งานร่างกายเราอย่างถูกวิธี ด้วยรึป่าวครับ

    ตอบลบ
  28. ปวดหลังก็ไปนวดกันบ้างเน้อ

    ตอบลบ
  29. ในการทำงานควรถนอมร่างกายบ้างนะครับตอนนี้เรายังหนุ่มยังแน่นอยู่ไม่ค่อยมีผลมากเท่าไหร่ตอนเราแก่ตัวมาถ้ามันเป็นมันจะรักษายากครับ

    ตอบลบ
  30. แบงค์บ้านฉาง26 สิงหาคม 2556 12:45

    ผมว่าปัญหาการปวดหลังน่าจะแก้ได้จากการเปลี่ยนชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยคือการเปลี่ยนท่านั่งท่ายืนหรือท่าทางการนอน และ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแค่นี้ผมว่าก็น่าจะช่วยได้เยอะนะคับ..

    ตอบลบ
  31. เมื่อก่อนเป็นบ่อยมากแต่เดี๋ยวนี้นานๆที

    ตอบลบ
  32. หมั่นดูแลและรักษาสุขภาพ ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อเราแข็งแรงจ้าาา

    ตอบลบ
  33. ปวดหลังอาจเกิดจากการทำอะไรๆหลายๆอย่างผิดวิธี เช่นยกของผิดวิธี เพราะฉนั้นต้องฝึกการยกให้ถูกวิธีนะครับ ยิ่งอายุเยอะแล้วยิ่งน่าห่วง

    ตอบลบ
  34. การลุก การเดิน การนั่ง ควรจะทำในท่าที่ถูกต้อง เช่นนั่งหลังตรง เดินหลังไม่ค่อม

    ตอบลบ
  35. ผมปวดบ่อยๆหรือว่าเราจะแก่หรือเปล่าแต่ก็ออกกำลังทุกวันหยุดช่วยได้เยอะมากๆและนั่งสมาธิก็ช่วยได้นะครับ

    ตอบลบ
  36. มิตรเฮดเดอร์ไฮเปอร์เรดซิ่ง6 ตุลาคม 2556 02:38

    เอามาฝาก ขั้นแรก ลองให้นอนหงายบนพื้นแข็ง ๆชันเข่าขึ้นบน ท่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อหลังคลายตัว
    ถ้าอาการดีขึ้น ก็น่าจะปวดหลัง ปวดเอวจากกล้ามเนื้อ

    ขั้นต่อมา ลองใช้กำปั้นทุบเบาๆ ที่บั้นเอวข้างที่ปวด ถ้าปวดจนสะดุ้ง ร่วมกับมีไข้ ปัสสาวะแสบ ขัด ขุ่น
    ก็มีโอกาสเป็นไตอักเสบ ควรรีบพบแพทย์ทันที
    ถ้าทุบแล้วรู้สึกว่าสบาย อาการดีขึ้น ก็น่าจะปวดหลังจากกล้ามเนื้อ

    ขั้นสุดท้าย ลองนอนหงาย เหยียดขาทั้ง 2 ข้างออก แล้วให้คนอื่นยกขาข้างที่ปวดเอวขึ้นมาตรงๆ เร็วๆ
    โดยที่ขาอีกข้างยังเหยียดราบอยู่ ถ้าเกิดอาการปวดเอวด้านที่ยกขาขึ้น และปวดร้าวแปล๊บไปที่ปลายเท้า
    ก็น่าจะเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับเส้นประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันที

    ตอบลบ